ผู้เขียน หัวข้อ: มหัศจรรย์มังกรจีน (中国龙)  (อ่าน 110 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18032
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
มหัศจรรย์มังกรจีน (中国龙)
« เมื่อ: 07 มีนาคม 2019, 15:21:33 »

มหัศจรรย์มังกรจีน (中国龙)



มังกรไม่ได้มีแค่ที่เมืองจีน แต่ตำนานของประเทศอื่นๆนั้นก็มีมังกรอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น มังกรของทางด้านตะวันตก
ซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างมาก มังกรเหล่านั้นมีลักษณะหลายอย่างที่คล้ายกับมังกรจีน เช่น ตัวมังกรใหญ่ มีเกล็ดทั้งลำตัว
มีขาสี่ขาที่มีเล็บเท้าแหลมคม บนหัวมีเขา สามารถบินผ่านเมฆหมอกได้ สิ่งที่ไม่เหมือนคือ หัวของมังกรทางตะว้นตก
จะมีหลายหัว บางทีมีสามหัว บางทีมีเก้าหัว และบางทีก็มีถึงสิบสองหัว แต่มังกรของจีนมีเพียงหัวเดียว มังกรของทาง
ตะวันตกพ่นไฟจากปาก แต่มังกรของจีนจะพ่นน้ำ มังกรทางตะวันตกมักจะแสดงพลังดุร้าย แต่ของจีนมักเป็นสัญลักษณ์
ของความโชคดี




มังกรของจีนนั้นมีความมหัศจรรย์และมีความสามารถมากมาย มันสามารถย่อขยายตัวได้ สามารถบินขึ้นฟ้าและดำลงน้ำได้
และยังสามารถทำให้ฝนตกลมพัดได้อีกด้วย คนจีนสมัยก่อน ฝากความหวังที่จะทำให้ฝนตกเพื่อผลการเกษตรที่ดีไว้กับมังกร
ในเวลานั้น มีคนมากมายไปไหว้มังกรเพื่อขอฝนที่ “วัดราชามังกร”(龙王庙)จำนวนมาก



ต้นกำเนิดของมังกรจีน



มังกรจีนถือกำเนิดมาอย่างน้อย 6000 กว่าปีแล้ว ในสมัยก่อน ผู้คนมักนำรูปร่างธรรมชาติของสัตว์ หรือพืชที่พวกเขาเคารพ
มาเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าตน พวกเขาเคารพและปกป้องมัน ซึ่งก็คือการบูชารูปสลักบนเสาที่เป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่านั่นเอง
และมังกรก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ใช้เคารพบูชา


ดังนั้นแล้วมังกรมีต้นกำเนิดมาจากอะไร ?

บ้างก็ว่ามีต้นกำเนิดจากจระเข้, งู ,หมู บ้างกล่าวว่า มังกรมีต้นกำเนิดมาจากสายฟ้าเมื่อเวลาฝนตก ปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญหลายคน
คิดว่ามังกรประกอบมาจากงูเป็นส่วนใหญ่ มันมีตัวของงู หัวของหมู เขาของกวาง หูของวัว เคราของแพะ กรงเล็บของเหยี่ยว
เกล็ดของปลา การที่ผู้เชี่ยวชาญมองแบบนี้ เพื่อให้พวกเราเห็นมุมมองชีวิตในสังคมสมัยก่อน

ในสมัยสังคมชนเผ่า ชนเผ่า “หัวเซี่ย” (华夏)บริเวณลุ่มแม่น้ำเหลือง(黄河) เคารพงูเป็นสัญลักษณ์ประจำชนเผ่าของตน
ชนเผ่านี้ได้รับชัยชนะเหนือชนเผ่าอื่นๆ ภายหลังชนเผ่าหัวเซี้ยได้รวมกับชนเผ่าอื่น กลายเป็นชนเผ่าที่ยิ่งใหญ่ ในเวลาเดียวกัน
ก็ได้รับเอารูปเคารพที่เป็นสัญลักษณ์ประจำของชนเผ่าอื่นๆเข้ามาด้วย จนสุดท้ายก็นำมารวมกับรูปเคารพในชนเผ่าตน
จนกลายเป็นมังกร




เมื่อปี 1987 ที่เมืองผูหยาง (濮阳)มณฑลเหอหนาน (河南)ได้ค้นพบโรงศพขนาดใหญ่ของวัฒนธรรมหยางเซ่า (仰韶) ซึ่งเป็น
วัฒนธรรมเมื่อ6000กว่าปีที่แล้ว ข้างๆศพจะพบมังกรที่มีแม่พิมพ์มากจากเปลือกหอย นี่คือมังกรที่เก่าแก่ที่สุดที่เราพบเห็นในปัจจุบัน
ผู้คนจึงเรียกว่า “มังกรแรกของจีน”

นอกจากนี้ยังขุดพบมังกรหยกที่ประเทศมองโกเลีย รูปร่างผอมสูงสวยงามมาก ตัวของมังกรโค้งงอเป็นรูปอักษร C และมีหัวคล้ายหมู
มังกรหยกที่มีหัวคล้ายหมูนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 5000 ปีแล้ว ในสมัยของราชวงศ์ซาง( 商) และราชวงศ์โจว (周)
เมื่อประมาณ 3000 กว่าปีก่อน มังกรมักจะปรากฏในเครื่องมือหินสำริดและบนโครงกระดูก ในเวลานั้นอักษรที่พบบนโครงกระดูก
ได้มีคำว่า ‘มังกร’ อยู่ด้วย โดยวิธีการเขียนคำว่ามังกรในสมัยนั้นมีมากถึง100กว่าวิธี



ในสมัย จ้านกว๋อ( 战国) เมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว มังกรถูกวาดอย่างมีชีวิตชีวาบนผ้าไหม จนถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น รูปร่างของมังกรก็แทบ
ไม่แตกต่างจากมังกรที่เราพบเห็นในปัจจุบัน หลังจากผ่านราชวงศ์ต่างๆ มาหลายราชวงศ์ รูปร่างของมังกรก็ยิ่งเต็มไปด้วยพลังมากยิ่งขึ้น
ไปอีก




ในสังคมศักดินาของจีน มังกรถือเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์



หลิวปัง (刘邦)จักรพรรดิของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (西汉) ได้แต่งนิทานขึ้นมาเรื่องหนึ่ง กล่าวว่า แม่ของเขาได้ฝันเกี่ยวกับมังกร
หลังจากนั้นก็คลอดเขาออกมา และได้กล่าวว่าทุกครั้งที่หลิวปางดื่มจนเมา หัวของเขาจะกลายเป็นหัวมังกร เป็นเช่นนี้มาจนมีคำ
กล่าวว่า หลิวปางเป็นลูกชายของมังกร เห็นได้ชัดว่า หลิงปางใช้พลังอำนาจของมังกรเพื่อยกระดับสถานะทางสังคมของตน
ทำให้ตำแหน่งจักรพรรดิของตนเข้มแข็งมากขึ้น จักรพรรดิและคนที่อยากเป็นจักรพรรดิในรุ่นต่อมาก็ล้วนแต่กล่าวว่าตนเองเ
ป็นลูกของมังกร ซึ่งถือเป็นการหลอกลวงประชากรอย่างหนึ่ง




หลังราชวงศ์ฮั่น มังกรก็ค่อยๆกลายเป็นตัวแทนของจักรพรรดิ มังกรกลายเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจจักรพรรดิ ในเวลานั้น
ร่างกายของจักรพรรดิเรียกว่า “ตัวมังกร (龙体)” หน้าเรียกว่า “หน้ามังกร (龙颜)” ชุดที่ใส่เรียกว่า “ชุดมังกร (龙袍)
เก้าอี้ที่นั่งเรียกว่า “เก้าอี้มังกร ( 龙椅)” เตียงที่นอนเรียกว่า ” เตียงมังกร ( 龙床)”


แม้กระทั่งลูกหลานของจักรพรรดิยังเรียกว่า ” ลูกหลานมังกร (龙子龙孙)”

ในสมัยของราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง มังกรที่อยู่บนชุดของจักรพรรดิและมังกรในพระราชวังล้วนเป็น มังกรห้ากรงเล็บ
ซึ่งเป็นมังกรที่คนสามัญธรรมดาไม่สามารถใช้ได้ หากว่าคนธรรมดาใช้มังกรห้ากรงเล็บจะโดนประหารชีวิต มีตำนานกล่าวว่า ในสมัย
ราชวงศ์ชิงมีช่างฝีมือคนหนึ่งได้วาดลายมังกรทองห้ากรงเล็บบนเครื่องปั้นดินเผาของเขา เป็นเหตุให้เขาและครอบครัวของเขาถูกฆ่า
ตายหมด

จักรพรรดิราชวงศ์หมิงชิงพำนักอยู่ในพระราชวังปักกิ่ง ดังนั้น เสาของพระราชวัง ประตู หน้าต่าง ยอดของพระราชวัง บันไดหินของ
พระราชวัง รวมไปถึงทุกๆที่ของพระราชวังล้วนตกแต่งด้วยมังกร ในปีเดียวกัน จักพรรดิสวมใส่ชุดลายมังกรห้ากรงเล็บ นั่งบนบัลลังก์โค้ง
รูปมังกรเพื่อปกครองผู้คนทั้งประเทศ”โลกของมังกร” ที่อยู่ในพระราชวังแห่งนี้ แท้จริงแล้วมีมังกรประดับอยู่ทั้งหมดกี่ตัว ล้วนไม่มีใคร
นับได้ชัดเจน



สามัญชนคนจีนไม่ชอบมังกรที่เป็นตัวแทนของอำนาจกษัตริย์ พวกเขาชอบมังกรอีกชนิดหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความสง่างามของอำนาจกษัตริย์
นั่นคือมังกรแห่งความโชคดีที่สามารถทำให้ผู้คนมีความสุข ในวันเฉลิมฉลองต่างๆ ผู้คนมักจะเต้นมังกร ในวันเทศกาลไหว้บะจ่าง
จะมีการจัดแข่งเรือมังกร ผู้คนมักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมังกรซึ่งเรื่องเล่าต่างๆล้วนเป็นเรื่องราวที่ผู้คนรู้จักกันดี ในเรื่องเล่าเหล่านี้
ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับมังกรวีรบุรุษที่มาต่อสู้กับมังกรชั่วร้ายซึ่งเรื่องเล่าเหล่านี้อาจจะเป็นการต่อต้านอำนาจจักรพรรดิอย่างหนึ่งของ
ประชากรก็เป็นได้

นอกจากนี้ยังมีละคร เพลง ภาพวาด งานศิลปะ และสำนวนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับมังกร มังกรยังเป็นสัตว์หนึ่งใน 12 ปีนักษัตรอีกด้วย
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรักของผู้คนที่มีต่อมังกร




ทุกวันนี้ยุคที่มังกรเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจจักรพรรดิได้หมดไปแล้ว แต่มังกรยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ดังนั้น มังกรจีน
ในปัจจุบันจึงมีความหมายใหม่อีกหนึ่งความหมาย นั่นคือมังกรเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างสรรค์และเป็นจิตวิญญาณของคนจีน
สามารถพูดได้ว่า มังกรจีนได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 มีนาคม 2019, 14:05:06 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่