ผู้เขียน หัวข้อ: เฒ่าจันทรา (月下老人) โชคชะตา และ ด้ายแดง  (อ่าน 103 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18032
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

เฒ่าจันทรา (月下老人) โชคชะตา และ ด้ายแดง
cr.krukaychinese.com

มีคนจำนวนมากที่เชื่อในเรื่องเล่าของผู้เฒ่าพระจันทร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยก่อน คนโสดทั้งชายทั้งหญิงต่างก็เดินทางwheat
ไปที่วัดของผู้เฒ่าพระจันทร์ เพื่อที่จะถามถึงเนื้อคู่ของตน นอกจากนี้ก็หวังให้ผู้เฒ่าพระจันทร์ผูกด้ายแดงให้กับตัวเองรวมถึง
ขอให้ได้เจอกับเนื้อคู่ของตนในเร็ววัน




แต่ก็ยังคนบางกลุ่มที่มีความเชื่อว่า โชคชะตาของมนุษย์ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว และจะต้องได้พบเนื้อคู่ของตัวเองในสักวันหนึ่ง
เพราะผู้เฒ่าพระจันทร์ได้ผูกด้ายแดงให้เป็นที่เรียบร้อย

​ในปัจจุบันก็มีนิทานพื้นบ้านอยู่ 1 เรื่อง ที่จะทำให้ทุกคนได้รู้จักและศรัทธาในตัวผู้เฒ่าพระจันทร์ โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า



ในยุคราชวงศ์ถัง ชายผู้หนึ่งนามว่า เว่ยกู ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองซ่ง และเช้าพักอยู่ที่โรงแรมทางใต้ ในคือวันหนึ่ง เว่ยกู
ก็ไปเดินเล่นที่ถนนแล้วเขาก็ได้พบกับผู้เฒ่าท่านหนึ่งที่นั่งอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ กำลังผลิกหน้ากระดาษของสมุดที่ทั้งใหญ่ทั้งหนา
นอกจากนี้ข้างๆร่างของท่านก็มีถุงใบใหญ่ที่บรรจุด้ายสีแดงอยู่เต็มถุง เว่ยกูจึงเดินเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า


“คุณตาครับ ผมขอถามหน่อยว่าท่านกำลังอ่านหนังสืออะไรอยู่”

ผู้เฒ่าคนนั้นก็ตอบกลับไปว่า “ในเล่มนี้คือหนังสือที่จดบันทึกเนื้อคู่ของชายหญิงทุกคนบนโลกใบนี้”

เว่ยกูฟังแล้วก็ถามด้วยความแปลกใจอีกว่า “แล้วด้ายสีแดงที่อยู่ในถุงใบนั้น ท่านนำมาด้วยทำไม”

ผู้เฒ่าก็ยิ้มแล้วตอบเว่ยกูไปว่า
“ด้ายสีแดงพวกนี้ใช้เพื่อผูกข้อเท้าของชายหญิง ไม่ว่าพวกเขาทั้งสองจะมีอุปสรรคหรืออยู่ไกลกันแค่ไหน ฉันก็แค่นำ
ด้ายแดงพวกนี้ไปผูกที่ข้อเท้าของพวกเขา พวกเขาก็จะได้มาพบเจอกัน จนรักกันและแต่งงานกันในที่สุด”




เว่ยกูฟังแล้ว ก็ต้องไม่เชื่อในทันทีเป็นธรรมดา คิดว่าผู้เฒ่าคนนี้น่าจะหลอกเชาเล่น แต่เขาก็ยังถามคำถามต่างๆ
กับผู้เฒ่าแปลกๆคนนี้ต่ออีกมากมาย ขณะที่เขากำลังจะถาม ผู้เฒ่าท่านก็ลุกขึ้น แล้วนำหนังสือและถุงบรรจุด้ายแดง
เดินไปทางตลาดขายข้าว พอถึงตลาด พวกเขาก็เห็นคนตาบอดคนหนึ่งกำลังอุ้มเด็กหญิงวัยสามปีโดยประมาณ
เดินผ่านพวกเขาไป ผู้เฒ่าคนนั้นก็พูดกับเว่ยกูว่า


“เด็กหญิงในอ้อมแขนของคนตาบอดคนนั้น คือภรรยาในอนาคตของเธอ”

เว่ยกูฟังแล้วก็โมโห คิดว่าผู้เฒ่าคนนี้ต้องจงใจล้อเล่นกับเขาอย่างแน่นอน เพราะดูแล้วไม่มีทางมาเป็นภรรยาในอนาคต
ของเขาได้เลย เขาจึงสั่งให้คนรับใช้ของเขานำตัวเด็กหญิงผู้นั้นไปฆ่าทิ้งเสีย

แต่คนรับใช้คนนั้นก็ทำได้เพียงแค่เดินตรงเข้าไปแล้วนำมีดฟันเข้าที่ใบหน้าของเด็กหญิงแล้ววิ่งหนีไป หลังจากเหตุการณ์นั้น
เว่ยกูก็ตั้งใจจะไปหาผู้เฒ่าคนนั้น แต่เมื่อกลับไป เขาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของรอยเท้าของผู้เฒ่าคนนั้น



เมื่อเวลาผ่านไปนานถึง14ปี ในเวลานี้ เว่ยกูก็ได้เจอกับคนที่เขาเต็มใจจะแต่งงานด้วยจริงๆ คนคนนั้นเปรียบเสมือนไข่มุกเม็ดงาม
ที่ส่องประกายในมือของเจ้าเมือง เป็นหญิงสาวที่เติบโตมาได้อย่างสวยงาม แต่นางผู้นั้นกลับมีรอยแผลบนคิ้ว ซึ่งทำให้เว่ยกู
เกิดความรู้สึกสงสัย จึงนำเรื่องนี้ไปถามเจ้าเมืองพ่อของนางว่า “เหตุใดทำให้นางมีแผลที่คิ้ว”

เจ้าเมืองฟังแล้วก็ตอบกลับไปว่า
“พูดไปแล้วก็น่าโกรธ ที่เมืองซ่งเมื่อ14ปีก่อน พี่เลี้ยงของนางก็อุ้มนางไว้ในอ้อมแขนเดินผ่านไปที่ตลาดขายข้าว อยู่ๆก็มี
คนแปลกๆเดินเข้ามาทำร้ายโดยไม่มีเหตุผล โชคดีที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ก็ได้ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ถือว่าเป็นเรื่อง
โชคดีในเรื่องร้ายจริงๆเลย”


เว่ยกูฟังแล้วก็หยุดไปพักหนึ่ง เรื่องราวเมื่อ 14 ปีที่แล้วพรั่งพรูเข้ามาในสมองของเขา เขาได้แต่คิดว่า
“อย่าบอกนะว่า นางคือคนเดียวกับเด็กหญิงที่ถูกทำร้ายคนนั้น”

เขาถามเจ้าเมืองอย่างกังวลใจว่า “พี่เลี้ยงคนนั้น เป็นคนตาบอดรึเปล่า”

เจ้าเมืองเห็นสีหน้าของว่าที่สามีลูกสาว เกี่ยวโยงกับคำถามแปลกๆ จึงถามกลับไปว่า
“ก็ไม่ผิดนะ เขาเป็นคนตาบอด ว่าแต่เธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”


เว่ยกูได้แต่หน้าซีดด้วยความตกใจ พูดอะไรไม่ออก เมื่อสงบสติอารมณ์ได้ในเวลาต่อมา เขาก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดเมื่อ 14 ปี
ที่แล้วที่เมืองซ่ง รวมถึงเรื่องของผู้เฒ่าที่นั่งท่ามกลางแสงจันทร์ เจ้าเมืองฟังแล้ว ก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เว่ยกูก็เพิ่งได้
เข้าใจคำพูดของผุ้เฒ่า แล้วก็ได้รู้เลยว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เพียงเรื่องล้อเล่น เรื่องของโชคชะตาเนื้อคู่ก็เกิดจากการกำหนด
ของเทพทั้งนั้น ดังนั้นสามีภรรยาย่อมต้องให้คุณค่ากับคู่ชีวิตของตน ให้ความสำคัญกับชีวิตรัก ไม่นานเรื่องเรื่องนี้ก็ไปถึง
เมืองซ่ง ทำให้คนในท้องถิ่นระลึกว่าเรื่องของผู้เฒ่าพระจันทร์เคยเกิดขึ้น โรงแรมที่เว่ยกูเคยไปพักก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น

“โรงแรมแห่งสัญญารัก”



สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็แพร่หลาย และทำให้ผู้คนศรัทธาว่า การที่ชายหญิงได้คู่กันเกิดจากการผูกด้ายแดงของผู้เฒ่าพระจันทร์
คนรุ่นหลังจึงเรียกแม่สื่อว่า “ผู้เฒ่าพระจันทร์” หรือเรียกง่ายๆว่า “เยว่เหล่า”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มีนาคม 2019, 15:15:06 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่