ผู้เขียน หัวข้อ: พระโพธิสัตว์กวนอิม (观音菩萨) Part 2  (อ่าน 321 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18066
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
พระโพธิสัตว์กวนอิม (观音菩萨) Part 2
« เมื่อ: 17 สิงหาคม 2018, 13:18:34 »

พระโพธิสัตว์กวนอิม (观音菩萨) Part 2



มีตำนานหลายตำนานที่กล่าวถึงว่าพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ซึ่งเป็นบุรุษเพศมากลายเป็นสตรีเพศ เรื่องมีดังนี้

ครั้งที่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงเสด็จตรวจตราในสรรพสัตว์อยู่นั้น มีหญิงคนนั้นเกิดเจ็บท้องจะคลอดบุตร
ด้วยความทุกข์ทรมาน เสียงร้องของนางดังไปถึงพระกรรณแห่งพระโพธิสัตว์เข้า พระองค์ผู้ทรงมีพระกรุณา
ทรงเข้าช่วยหญิงสาวผู้นั้นทำคลอดโดยจำแลงเป็นหญิงสาว จากนั้นพระองค์ทรงช่วยให้หญิงสาวกับบุตรของ
นางรอดพ้นจากอันตราย แต่ด้วยมือแห่งพระโพธิสัตว์เปื้อนเลือดจึงมิอาจจะกลับคือร่างเดิมของพระองค์ได้
พระองค์จึงทรงมีร่างเป็นสตรีเพศแต่นั้นมา


ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพระองค์จะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ตาม แต่เหล่าผู้นับถือก็ยังเคารพนับถือพระองค์ในความเมตตา
มีรูปเคารพของพระองค์เป็นทั้งบุรุษ และ สตรี แต่มีสิ่งเดียวที่บ่งบอกถึงความเป็นพระองค์ คือ ความเมตตากรุณา
อันไม่มีขอบเขตแห่งพระองค์ ในตำนานเป็นเรื่องเล่าหลายเรื่องเล่าถึงความเมตตาแห่งพระองค์มากมาย


ตำนานพระโพธิสัตว์กวนอิมถือตระกร้า



พระโพธิสัตว์ทรงโปรดชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมง ซึ่งหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ไม่มีศาสนา ไม่ยึดมั่นในความดี
พระโพธิสัตว์ทรงลงมาจำแลงเป็นหญิงสาวงดงามถือตระกร้าใบหนึ่ง ในตระกร้านั้นมีปลาอยู่ตัวหนึ่ง แต่ปลาตัว
นั้นกลับไม่ตายเพราะมีน้ำหล่อเลี้ยง เป็นเรื่องประหลาดที่ตระกร้าสานนั้นหากใส่น้ำย่อมรั่ว นางเดินเร่ขายปลาตัวนี้
เฉพาะให้แก่ผู้ที่ใจบุญนั้นไปปล่อยเป็นทาน หญิงสาวผู้งดงาม และมีจิตใจงดงามเป็นที่หมายปองของชายหนุ่ม
ในหมู่บ้าน แต่นางประกาศไว้แล้วว่า


"หากชายใดยอมได้เราเป็นภรรยา เพียงสามารถสวดมนต์มงคลสูตรได้แล้วเราจะแต่งงานกับชายผู้นั้น"

ผลปรากฏว่าชายหนุ่มทุกคนสามารถสวดมงคลสูตรได้ทุกคน และติดเป็นนิสัย ชายหนุ่มจะสวดมนต์นี้
ทุกเช้า-เย็น แต่แล้ว

"เราคงรับท่านทุกคนเป็นสามีมิได้เพราะหนึ่งสตรีย่อมมีสามีเดียว เช่นนั้นหากผู้ใดสามารถสวดบท
วชิรสูตรได้เราจะรับชายผู้นั้นเป็นสามี"


ผลปรากฏว่ามีชายหนุ่มสวดมนต์วชิรสูตรได้เพียง 4 คนเท่านั้น จากนั้นหญิงสาวจึงให้สวดมนต์บทสัทธรรมปุณฑริกสูตร
ได้จะยอมเป็นภรรยา ผลออกมาว่า คุณชายหม่าลิ่ง สามารถสวดมนต์บทนี้ได้ ซึ่งคุณชายแอบชอบหญิงสาวมานานแล้ว
และมักจะช่วยนางซื้อปลาไปปล่อยเป็นทานอยู่เสมอ และแล้วคุณชายกับหญิงสาวก็แต่งงานกัน พอผ่านพิธีสมรสแล้ว
หญิงสาวซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์จำแลงจึงกลายสภาพเป็นซากศพ สร้างความเสียใจให้แก่คุณชายเป็นอันมาก คุณชายจัด
พิธีฝังศพของนางอันเป็นที่รักเป็นอย่างดี และชายหนุ่มยึดมั่นในรักเพียงนางผู้เดียวจึงไม่แต่งงานใหม่

ต่อมาขณะที่ชายหนุ่มมาไหว้หลุมศพของหญิงสาว มีภิกษุรูปหนึ่งเข้ามาหาและบอกแก่ชายหนุ่มว่า หญิงสาวผู้เป็น
ภรรยานั้น เป็นร่างอวตารแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิมลงมาโปรดสัตว์ คุณชายไม่เชื่อ ภิกษุจึงให้คุณชายเปิดโลงศพดู
ผลออกมาว่าร่างของหญิงสาวหายไป ผลเป็นที่แน่ชัดแล้วว่านางไม่มีตัวตนอยู่จริง และแล้วภิกษุนั้นก็หายไปเช่นเดียวกัน
(บางตำนานว่าร่างของนางกลายเป็นทองคำ) หลังจากนั้นชายหนุ่มจึงเลื่อมใสในพระโพธิสัตว์กวนอิม เขาอุทิศบ้าน
ของเขาทำเป็นศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม โดยจ้างช่างปั้นรูปพระโพธิสัตว์เป็นลักษณะหญิงสาวในชุดสีกรมท่า
ยืนเท้าเปล่าและมือข้างหนึ่งถือตระกร้า ผู้คนจึงต่างเรียกว่า


"กวนอิมถือตระกร้า"




ตำนานพระโพธิสัตว์กวนอิมเปลือกหอย



ยังมีอีก ตำนานต่อมาเล่าถึงพระโพธิสัตว์ ทรงสัมผัสได้ถึงความแค้นแห่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในแถบชายฝั่งทะเลแห่งหนึ่ง
พระโพธิสัตว์ทรงจำแลงเป็นภิกษุธุดงค์ถามไถ่ชาวบ้านถึงความคับแค้นนั้น จนได้ใจความว่า หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านประมง
มีสินค้าขึ้นชื่อคือ "หอยปอหนิง" ซึ่งเป็นที่โปรดปรานแห่งพระเจ้าถังบุนจง


ทางหมู่บ้านจึงต้องส่งไปเป็นบรรณาการเป็นประจำทุกเดือน แต่สาเหตุแห่งความแค้นนั้นมาจากหน่วยราชการผู้ตรวจ
บรรณาการ หอยปอหนิง มักจะแกล้งชาวบ้านว่า หอยไม่ได้ขนาดไม่สมบูรณ์พอมิอาจจะส่งเข้าวังได้ก็จะเทหอยเหล่านั้น
ที่ชาวบ้านหามาอย่างยากลำบากทิ้ง ชาวบ้านจึงจำต้องติดสินบนข้าราชการ หากใครไม่มีสินบนให้หอยนั้นก็จะถูกส่งเข้าวัง
จากชาวบ้านที่ทำประมงเป็นอาชีพเคยมั่งคั่งก็กลับยากจนลง เพื่อเหล่าข้าราชการที่กินสินบนไม่เคยพอ ภิกษุจึงได้แต่
เวทนาชาวบ้านมิอาจจะทำอันใดได้เลย

จากนั้นมาเกิดเหตุทางวังยกเลิกรับหอยปอหนิง เป็นบรรณาการโดยมีเหตุปาฏิหาริย์เกิดขึ้นว่า ขณะที่พ่อครัวหลวง
ทำการผ่าเปลือกหอยปอหนิงอยู่นั้น ปรากฏแสงรัศมีรองเรืองและมีภาพพระโพธิสัตว์กวนอิมปรากฏอยู่ท่ามกลางรัศมีนั้น
พระเจ้าถังบุนจงทรงเลื่อมใสจึงเลิกเสวยหอยปอหนิง แล้วทรงสร้างศาลพระโพธิสัตว์ไว้ด้วย ชาวบ้านจึงขนานพระองค์ว่า


"กวนอิมเปลือกหอย"

 


ตำนานพระโพธิสัตว์กวนอิมสามหน้า


 
มีตำนานอีกเล่าว่า พระโพธิสัตว์จำแลงเป็นหญิงสาวชนบท เดินเร่ขายกระจกทองเหลืองธรรมดาในเมืองลั่วหยาง
หากผู้ใดถามนางถึงราคาของกระจกบานนี้ นางก็จะตอบว่า


"กระจกทองเหลืองนี้ราคา1000ตำลึง เพราะมีคุณสมบัติสามารถบอกถึงเหตุการณ์ในอดีตและอนาคต
ของผู้ที่ส่องได้ หากท่านไม่เชื่อก็ลองส่องดู เราคิดเพียงแค่ 3 อีแปะเท่านั้น"


มีวัยรุ่นหนุ่มวัยคะนองคนหนึ่ง เข้ามาลองดูเพื่อไม่เชื่อว่าของวิเศษแบบนี้จะมีในโลกจึงขอหญิงสาวส่องกระจกว่า
เป็นจริงตามที่พูดหรือเปล่า แต่ผลปรากฏว่า เด็กหนุ่มเห็นภาพตนเองว่าเคยกระทำแต่สิ่งที่หยาบช้าไว้มากมาย
และภาพสุดท้ายที่ปรากฏคือ ตนเองต้องเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉา เด็กหนุ่มหน้าซีดเผือกกับภาพที่เห็น ผู้คนแตกตื่น
กับภาพที่เห็น จึงอยากจะดูภาพอดีตและอนาคตของตนเองบ้าง หญิงเลยยอมให้ผู้คนดู

มีชาวบ้านมากันมากมาย เรื่องของหญิงสาวซึ่งมีกระจกทองเหลืองวิเศษก็แพร่กระจายไปทั่ว จนชาวบ้านเมือง
ใกล้เคียงเดินทางมาดูกระจกทองเหลืองวิเศษด้วย ถึงจะมีคนมารอดูกระจกทองเหลืองวิเศษอันนี้มากมายเพียงใด
หญิงสาวก็ยินดีด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม จนค่ำชาวบ้านแยกย้ายกันไป หญิงสาวเดินถือกระจกทองเหลืองจากไป
และหันหน้ามาล่ำลาชาวบ้าน

แต่ที่เป็นมหัศจรรย์นั้นคือ ชาวบ้านต่างเห็นใบหน้าของหญิงสาวต่างกันไป บางคนเห็นใบหน้าของหญิงสาว
คล้ายกับเทวรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม บางคนเห็นปีศาจที่น่ากลัวแต่ใบหน้าเป็นทองคำ บางคนเห็นเป็นหน้า
เทพเจ้าที่หน้าตาบึ้งตึงโกรธเคือง และแล้วหญิงสาวก็หายไป เหล่าชาวบ้านพากันเชื่อว่า เป็นพระโพธิสัตว์
กวนอิมมาโปรดให้พวกตนรู้ถึงบุญและกรรม ผู้ที่ส่องแล้วพบว่าชาติหน้าตนจะเกิดในนรกภูติ เปรตภูมิ
และ เดรัจฉาภูมิก็จะทำการประกอบคุณงามความดี ผู้คนต่างขนาดนามว่า


"กวนอิมสามหน้า"

 


ตำนานพระโพธิสัตว์กวนอิมผู้ผุดขึ้นจากดินโคลน
 


ตำนานต่อมา พระโพธิสัตว์ทรงแสดงปาฏิหาริย์ช่วยเหลือผู้ที่นับถือพระองค์ นามว่า "อี่เผิง" เขาเป็นคนดีรักษา
คุณธรรมมาโดยตลอด เขาเป็นเถ้าแก่ร้านขายยา เขามักเอายาไปแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านเสมอจนเป็นที่
ยกย่องนับถือ เขามีภรรยาที่ยังสาวแต่กลับลักลอบเป็นชู้กับเพื่อนบ้าน นามว่า"คังซี"  พระโพธิสัตว์ทราบว่า
อี่เผิงจะมีเคราะห์ พระองค์ทรงเข้าฝันบอกอี่เผิงซึ่งขณะนั้นอี่เผิงเดินทางไปแจกจ่ายยาให้ชาวบ้านยังต่างเมือง


"อี่เผิงเธอกำลังจะมีเคราะห์หากทำตามที่เราบอก 4 ประการแล้วไซร้เธอจะพ้นจากเคราะห์ทั้งปวง

1. เมื่อพบสะพานอย่าหยุดเรือ
2. พบน้ำมันให้เอาลูบหัว
3. แมลงวันหัวเขียวใหญ่เสมอพู่กัน
4. ข้าวสารสามทะนาน


อี่เผิงตื่นจากความฝันก็จดจำ 4 ประการแห่งพระโพธิสัตว์ไว้ พอรุ่งเช้าอี่เผิงหมายจะออกเดินทางกลับบ้าน
โดยเดินทางทางเรือนายแจว แจวเรือผ่านสะพานหนึ่งซึ่งแจวมาเหนื่อยก็หมายจะแวะพักใต้สะพานจาก
แสงแดดอันร้อนแรง แต่อี่เผิงนึกถึงคำเตือนจากพระโพธิสัตว์เขาจึงสั่งห้ามให้นายแจวแวะพัก พอนายแจวเรือ
แจวผ่านสะพานไปไม่เท่าไร สะพานนั้นก็ทลายลงมาทันที (หากยังคงพักอยู่ใต้สะพานไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น)

พออี่เผิงกลับมาถึงบ้านก็เข้าจุดธูปเทียนบูชาพระโพธิสัตว์ แต่แล้วตะเกียงกลับตกน้ำมันนองไปทั่ว
อี่เผิงนึกถึงคำพูดของพระโพธิสัตว์จึงเอาน้ำมันนับลูบที่หัวจนมันเงา เมื่อคังซีทราบว่าอี่เผิงกลับมาแล้ว
ก็หมายจะสังหารอี่เผิงเพื่อครอบครองภรรยาสาวของอี่เผิง พอตกดึกคังซีลอบขึ้นบ้านและเข้ามาให้ห้องนอน
คังซีหมายจะสังหารอี่เผิง ด้วยความมืดแห่งราตรีกาลทำให้คังซีมองไม่รู้ว่าใครคืออี่เผิง และใครคือภรรยาสาว
แต่คังซีได้กลิ่นหอมของน้ำมัน จึงคิดว่าเป็นภรรยาสาวแน่ เลยลองมือแทงเข้ากับร่างที่นอนอยู่ข้างๆเต็มๆ
แต่พอปรากฏว่าร่างที่คังซีแทงนั้นคือ ภรรยาสาว อี่เผิงรอดมาได้จากความช่วยเหลือจากพระโพธิสัตว์กวนอิม

อี่เผิงตกใจ เลยหมายจะจุดตะเกียงมองว่าใครเป็นคนร้าย แต่เจ้าคังซีหนีกระโดดออกนอกหน้าต่างไปแล้ว
อี่เผิงไปแจ้งทางการ แต่ทางการเจ้าหน้าที่มาตรวจดูแล้วไม่พบรอยงัดใดๆที่แสดงว่ามีคนเข้ามา ทางการ
จึงสรุปว่า อี่เผิงสังหารภรรยาของตนเอง อี่เผิงถูกจับกุมส่งให้อำเภอเพื่อสอนสวน ทางอำเภอสอนสวนอี่เผิง
ซึ่งไม่เป็นคนผิด ก็ถูกลงโทษจนยอมรับออกมา เขาจึงถูกประกาศแล้วว่าเป็นคนร้ายฆ่าภรรยาตนเอง


แต่ในขณะที่อี่เผิงกำลังจะเขียนชื่อยอมรับว่าเป็นคนร้าย เกิดมีแมลงวันหัวเขียนจำนวนหนึ่งบินเข้ามาเกาะพู่กันนั้น
จนมิดพอสะบัด มันก็บินกลับมาเกาะอีกจนมิอาจจะเขียนได้ เรื่องนี้รู้เข้าถึงนายอำเภอ นายอำเภอจึงทำการ
สอบสวนใหม่ อี่เผิงกล่าวถึงความฝันที่พระโพธิสัตว์กวนอิมมาบอกเหตุว่าตนจะมีเคราะห์นั้นให้นายอำเภอฟัง
นายอำเภอยังครุ่นคิดถึงคำว่า ข้าวสารสามทะนาน หมายถึงอะไร..?

แต่แล้วนายอำเภอก็นึกขึ้นมาว่า คำว่าข้าวสารสามทะนานตรงกับคำว่า "ชี"กับ"คัง" ซึ่งไปตรงกับชื่อของ
เพื่อนบ้านว่า "คังซี" ทางการจับกุมคังซีและสอบสวนได้ความว่าคังซีเป็นคนร้ายตัวจริง นายอำเภอจึงสั่ง
ประหารคังซี


หลังจากนั้นอี่เผิงสละสมบัติทั้งหมดให้ทานแก่คนยากไร้ และตนเองออกบวชแล้วออกธุดงค์ไปยังที่ต่างๆ
จนมาถึงเมืองเจียซิน เกิดเหตุขึ้นว่า มีพระพุทธรูปหยกพุ่งขึ้นกลางท้องนามีชาวบ้านมาชุมนุมกันมากมาย
อี่เผิงได้เดินเข้ามาดูเช่นกัน อี่เผิงทราบว่า พระพุทธรูปหยกนั้น คือพระโพธิสัตว์กวนอิม และหากเมื่อขึ้นมา
จากที่ดินแถวนี้ ย่อมเป็นสิริมงคลจึงบอกให้ชาวบ้านสร้างศาลขึ้นเพื่ออัญเชิญพระพุทธรูปหยกขึ้นประดิษฐาน
แต่ชาวบ้านไม่เชื่อเขา จนเขาเล่าถึงประสบการณ์ที่พระโพธิสัตว์กวนอิมทรงช่วยเหลือ ชาวบ้านเกิดศรัทธา
จึงช่วยกันสร้างศาลเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป ชาวบ้านจึงขนานามว่า


"กวนอิมผู้ผุดขึ้นจากดินโคลน"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 สิงหาคม 2018, 13:10:57 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่