พลังวิเศษที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

ผู้เขียน หัวข้อ: พลังวิเศษที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของมนุษย์  (อ่าน 453 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18220
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

พลังวิเศษที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของมนุษย์


นี่คือพลังวิเศษของมนุษย์ที่เราได้ยินบ่อยครั้ง เรื่องที่มนุษย์ธรรมดามีพลังเหนือธรรมชาติหรือพลังลึกลับ
อะไรบางอย่างอยู่ในร่างกายมนุษย์ ที่แปลกประหลาดไม่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ จนถึง
ปัจจุบันก็ไม่สามารถหาคำตอบเหล่านี้ได้ และพลังวิเศษดังกล่าวถูกนำมาใช้ในจินตนาการในสื่อต่างๆ
มากมาย



 
10. Shamanism
   


ชาแมนเป็นความเชื่อในเกี่ยวกับเรื่องหมอผีหรือคนทรงเจ้า ที่มีความสามารถในทางวิญญาณ โดยเชื่อว่ามนุษย์
ที่เป็นหมอผีนั้นเป็นตัวสื่อสารกับวิญญาณของอีกโลกหนึ่ง โดยทั่วโลกมักมีหมอผีเหล่านี้มากมาย โดยมีชื่อเรียก
หลายอย่างตามลักษณะของความสามารถ และประเทศ เช่น คนทรง มิโกะ องเมียว พ่อมด แม่มด

โดยหมอผีนั้นจะเป็นผู้ประกอบอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญและมีพลังจิตสูงที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสื่อสารระหว่าง
โลกมนุษย์และโลกวิญญาณ อาจจะเป็นการให้วิญญาณเข้าสิง หรือให้วิญญาณชี้นำ โดยมีวัตถุประสงค์ต่างๆ นาๆ
เช่น เพื่อให้วิญญาณสื่อสารกับญาติผู้ตายหรือคนที่รัก หรือจะเป็นการรักษาอาการเจ็บป่วย สามารถควบคุมสภาพอากาศ
คาถาสาปแช่ง สามารถเดินทางได้ในโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ นรก และ สวรรค์ ฯลฯ
 


9. Psychic Surgeons


   
หมอศัลยกรรมพลังจิต เป็นหมอศัลยกรรมที่ทำการผ่าตัดโดยใช้เพียงมือเปล่าผ่าตัดผู้ป่วย โดยหมอจะเอามือเจาะเข้าไป
ร่างกายของผู้ป่วยล้วงที่สิ่งที่เป็นพยาธิสภาพ (วัตถุอินทริย์ในรูปของก้อนเนื้อร้ายหรือไม่ก็ของแปลกๆ อย่าง ของเหลวสีน้ำตาล)
ในร่างผู้ป่วยออกมา แต่ที่มหัศจรรย์คือผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยและเลือดไหลไม่มาก(ซึ่งปกติแล้วเลือดน่าจะทะลัก
จนผู้ป่วยหมดสติ) เมื่อทำการผ่าตัดเสร็จสิ้นจะไม่ปรากฏบาดแผลและแผนเป็นผ่าตัดในตัวผู้ป่วยแต่อย่างใด


หมอศัลยกรรมพลังจิต พบมากในประเทศบราซิลและฟิลิปปินส์ในช่วง 1900 ที่ส่วนใหญ่เชื่อเรื่องภูตผี โดยผู้ป่วย
จะมีความรู้สึกหรือเชิงลบต่อโรคและอาการเจ็บป่วย และเชื่อว่าตนถูกวิญญาณร้ายเข้าสิ่งโดยกลายเป็นวัตถุเหมือนแก้ว
ทำให้หลายคนเชื่อเป็นเป็นปฏิกิริยาของยาหลอกมากกว่า ในโลกตะวันตกไม่ยอมรับวิธีการรักษาดังกล่าวและถูกตั้งว่า
เป็นเรื่องหลอกลวงทางการแพทย์

ส่วนสมาคมโรคมะเร็งอเมริการะบุว่าการไม่มีหลักฐานว่าผ่าตัดพลังจิตดังกล่าวมีประโยชน์ใดๆ ในทางแพทย์อีกทั้ง
ยังทำให้ผู้ป่วยละเลยต่อความช่วยเหลือต่อแพทย์สมัยใหม่และทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงของผู้ป่วย



8. Spontaneous Human Combustion


   
Spontaneous human combustion (SHC) หรือ"ปรากฏการณ์เผาไหม้ร่างมนุษย์" นี้หมายถึงการที่ร่างกายมนุษย์
เกิดการลุกไหม้ขึ้นโดยไม่มีเชื้อไฟ โดยจู่ๆ ไฟก็ลุกท่วมตัวโดยไฟไหม้จากภายในร่างของมนุษย์ไม่ใช่ไหม้จากภายนอก
จนร่างกายของผู้เคราะห์ร้ายถูกเผาไหม้ไปเกือบจะเป็นเถ้าถ่านหมดจด แต่กระนั้นก็ส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ไม่ถูกเผาไหม้
เช่น มือ เท้า หรือเสื้อผ้า


หลายร้อยรายที่เกิดปรากฏการณ์นี้ จะมีรูปแบบคล้ายๆ กันคือ โดยที่ตัวผู้เคราะห์ร้ายมักจะอยู่ในเคหะสถาน และบางครั้ง
จะรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมๆ ของควันในห้องที่เกิดเหตุ กรณีที่มีชื่อเสียงในปรากฏการณ์ดังกล่าวมีมากมาย เช่นกรณีของ
แมรี่ รีเซอร์  ,จีนนี่ แซฟฟิน



ส่วนสาเหตุของปรากฏการณ์ ก็มีการสันนิษฐานไว้หลายอย่าง โดยเชื่อว่าในร่างกายคนเราก็มีไขมัน ที่ทำหน้าที่เป็น
วัตถุที่ติดไฟได้  หรือว่าร่างกายเรามีก๊าซชนิดหนึ่งที่เรียกว่าก๊าซมีเธนในลำไส้ที่ทำปฏิกิริยาบางอย่างทำให้ลุกติดไฟ
แต่กระนั้นปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่จะอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าว
 


7. Fire Immunity and Fire Starter



พูดถึงไฟก็ต้องนึกถึงความร้อน และก็เป็นการบ้ามากที่มนุษย์จะสามารถสัมผัสไฟได้ เป็นเวลานานโดยไม่ใช้ชุดป้องกันความร้อน
แต่กระนั้นก็มีมนุษย์บางจำพวกที่เรียกว่ามี “ภูมิต้านทานความร้อน” ที่สามารถสัมผัสไฟได้โดยไม่รู้สึกเจ็บแสบปวดร้อนใดๆ
และผิวหนังไม่ไหม้หรือเป็นแผลพุพอง เช่นกรณีของนาธาน โคเกอร์ เป็นช่างตีเหล็กในรัฐแมรี่แลนด์ที่สามารถยืนอยู่ใน
โลหะร้อนๆ หรือสามารถถือถ่านหินร้อนๆ ได้อย่างสบายแต่ที่ผิวไม่ไหม้(บ้านเรามีคนแบบนี้เพียบ)


นอกจากนี้ก็ยังมีมนุษย์อีกจำพวกที่สามารถควบคุมพลังไฟได้ เช่นกรณีของเอ. วิลเลี่ยม อันเดอร์วู้ดที่เขามีพลังประหลาด
สามารถทำให้วัตถุติดไฟโดยใช้ลมหายใจรดก็ได้ นอกจากนี้หากถูสิ่งของที่ติดไฟง่าย เช่นผ้าเช็ดหน้าเมื่อเขาถูด้วยแรงมือ
ในขณะที่เขาหายใจรด ผ้าเช็ดหน้าลุกเป็นไฟและหายไป โดยเรื่องของเขากลับเชื่อว่าเป็นเรื่องหลอกลวง เพราะเขาอาจ
ซ่อนแผ่นเหล็กฟอสฟอรัสเล็กๆ ในปากและแอบถ่มน้ำลายบนผ้าเช็ดหน้า และเมื่อความร้อนจากลมหายใจและมือที่ถู
ก็ช่วยให้ฟอสฟอรัสติดไฟดังกล่าวได้



6. Dowsing


   
ไม้เท้าดาวน์ เป็นการทำนายที่มีวัตถุประสงค์ในการหา แหล่งน้ำ สายแร่ทองคำ โลหะ อัญมณี โดยใช้ลวดทองแดง ทองเหลือง
หรือโลหะ มาตัดแล้ว หักเป็นรูปตัวเอ(หรือรูปต่างๆ เช่น Y หรือ L)


วิธีการใช้ คือต้องกำในมือ หลวมๆ หรือ ไม่ก็หาหลอดมาใส่ไว้เพื่อให้มันเคลื่อนตัวได้สะดวก กำไว้ในมือแขนทั้งสองให้ขนาน
กับพื้นผิวโลก แล้วกำหนดจิตคิดถึงสิ่งที่ต้องการจะหาไว้ในใจและเป็นสมาธิ จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ ถ้าพยายามสังเกตไม้เท้า
ทำปฏิกิริยากับสิ่งที่ต้องการจะหา โดยมันจะชี้หรือจำกัดวงแคบๆ ในสิ่งที่ต้องการหาได้ ซึ่งถ้าใช้โดยผู้ชำนาญ และมีจิตสัมผัส
ที่ไวแล้วจะมีความแม่นยำสูง

ส่วนสาเหตุการเกิดปรากฏการณ์นี้ยังคงลึกลับ แต่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กโลกและพลังงานต่างๆ ดึงดูดทำ
ปฏิกิริยากับลวด แล้วแปลเป็นคำตอบต่างๆ โดยตอนแรกเกิดในประเทศเยอรมัน ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ในการใช้มันหาโลหะ
ซึ่งได้รับความนิยมมากในสมัยนั้นและเผยแพร่มาถึงอเมริกา ในยุคตื่นเหมืองทอง แต่ต่อมา ด้วยการที่หาคำอธิบายทาง
วิทยาศาสตร์ไม่ได้ จึงทำให้ไม้เท้าดาวน์ เป็นการลวงโลก จึงขาดความน่าเชื่อถือไป และถูกลืมไป
 


5. Bioelectricity
   


แม่เหล็กไฟฟ้าชีวภาพ หมายถึงพลังงานไฟฟ้า พลังงานแม่เหล็ก หรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากเซลล์ เนื้อเยื่อ
หรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ โดยสัตว์บางชนิดมีอวัยวะรับความรู้สึกจากไฟฟ้า นกอพยพถิ่นฐานเชื่อว่ามีอวัยวะในการหาเส้นทาง
โดยอ้างอิงจากสนามแม่เหล็กโลก ฉลามมีปฏิกิริยากับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในบริเวณใกล้เคียงมากกว่ามนุษย์ ปลาไหล
ไฟฟ้าก็สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงออกมาจากร่างกายของมัน


และหากมนุษย์มีพลังไฟฟ้าแบบนี้ล่ะจะเกิดอะไรขึ้น? แน่นอนคุณอาจเคยเห็นคลิปเกี่ยวกับเรื่องนี้มามากมาย เกี่ยวกับ
มนุษย์ที่ใช้พลังไฟฟ้าหลายอย่าง ในศตวรรษที่ 19 มีหลายกรณีที่มีหลายคนอ้างว่า ตนเองสามารถบังคับใช้ไฟฟ้าแปลกๆ
บนวัตถุรอบๆ พวกเขาได้ บางคนจะมีปฏิกิริยาแพ้เทคโนโลยีมีปฏิกริยาสนามพลังไฟฟ้าผิดปกติซึ่งหากยืนจำพวกหลอดไฟ
ที่ส่องสว่างฟิวส์จะขาดทันที



นอกจากนี้ยังมีบางคนสามารถควบคุมพลังไฟฟ้าในร่างกายสามารถช็อคทำร้ายคนได้ และบางคนที่เป็นมนุษย์แม่เหล็กที่มี
พลังเหนือธรรมชาติ โดยสามารถนำโลหะมาติดตามตัวได้ราวกับมีพลังแม่เหล็กที่ผิวหนัง ซึ่งมีมีอยู่หลายคนที่มีพลังนี้
เช่น ลิ่ว โธลิน  อดีตคนงานก่อสร้าง ในมาเลเซีย สามารถน้ำแผ่นเหล็กมาติดที่ตัวและใช้แรงแม่เหล็กลากรถยนต์ที่หนัก
กว่า 1 ตันได้ (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)
 


4.Bioluminescence
   

https://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/X2494283/X2494283.html

หลายคนคงเคยเห็นภาพสิ่งมีชีวิตเรืองแสง แต่คนเรืองแสงนั้นยังเป็นเรื่องปริศนาของใครหลายๆ คน และที่น่าแปลกคือ
กรณีคนเรืองแสงส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วย อย่างกรณีของ นางแอนนา โมนาโร ชาวอิตาลีใน เป็นผู้ป่วยด้วยโรคหืดเรื้อรัง
ได้เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลปิราในปี ปี 1934 ที่อยู่ตัวเธอก็เรืองแสงสีฟ้าออกมาจากหน้าอกและลำคอของเธอ
ขณะนอนหลับและมันจะหายไปเมื่อนางแอนนาตื่น บรรดาแพทย์ต่างตกตะลึงพยายามตรวจหาความผิดปกติแต่ก็ไม่สามารถ
วินิจฉัยอะไรได้เลย


แม้เรื่องราวมนุษย์เรืองแสงไม่สามารถหาคำตอบได้จนถึงปัจจุบัน แต่เมื่อเร็วๆ นี้นักวิจัยญี่ปุ่นพบว่า มนุษย์ก็สามารถเรืองแสงได้
จากการวิจัยพบว่ามนุษย์แพร่แสงน้อยกว่าความเข้มในระดับที่มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ถึง 1,000 เท่า และเรืองแสงมากที่สุด
คือในเวลาสี่ทุ่ม และลดลงหลังจากนั้น




3. Levitation


   
คนลอยเป็นความสามารถลึกลับของมนุษย์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
มีหลายกรณีที่มีหลายคนอ้างว่ามีความสามารถทำให้ตัวเองลอยเหนือจากพื้นดินต่อหน้าพยานจำนวนมากได้ โดยไม่ใช้
อุปกรณ์ช่วย เช่น กรณีที่มีชื่ออย่าง แดเนียล ดังกลาส ฮิวม์(1833-1886) ที่มีพยานจำนวนได้เห็นเขาสามารถลอยอยู่
กลางอากาศ เขาสามารถลอยออกไปนอกหน้าต่างโรงแรมถึง 70 ฟุตและไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้โดยไม่มีเส้นลวดเข้ามาช่วย
หรือจะเป็นกรณีของนักบุญโยเซฟ กูเปอร์ติโน นักบุญชาวอิตาลีมีพลังลึกลับทำให้เขาสามารถลอยตัวเหนือ พื้นดินและ
เหาะบนท้องฟ้าได้




ในบางศาสนาเชื่อว่าการลอยนั้นเป็นการกระทำของวิญญาณบริสุทธิ์หรือพระเจ้า หรือผีโพลเตอร์ไกสต์ ในศาสนาฮินดู
ผู้ที่จะลอยตัวได้จะเป็นคนที่มีจิตวิญญาณสูงสุด โดยคนที่ลอยได้มักอ้างว่าตนมีความรู้สึกสบายเหมือนประหนึ่งดวงดาว
ในขณะลอยตัว  ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับทางวิทยาศาสตร์และเชื่อว่าเป็นกลอุบาย ภาพลวงตา มายากล
 



2. ESP
   

https://www.vcharkarn.com/vblog/34025

ESP ย่อมาจาก Extra Sensory Perception หมายถึง การรับรู้ด้วยสัมผัสพิเศษ ซึ่งโดยมนุษย์จะรับรู้ได้โดยการใช้
อวัยวะรับสัมผัสของร่างกาย แต่กระนั้นก็มีมนุษย์บางคนสามารถรู้สิ่งเร้าต่างๆทั้งหลายได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยอวัยวะ
รับสัมผัสใดๆในร่างกายเลย เช่น มีมนุษย์บางคนว่าตนเองสามารใช้โทรจิต ที่สามารถติดต่อสื่อสารโดยการใช้กระแสจิต
ส่งถึงกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ทำให้ผู้รับสามารถรับรู้สิ่งที่ผู้ส่งต้องการได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
ก็ตามโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย


หรือบางคนอ้างว่ามีญาณทิพย์ สามารถรับรู้วัตถุ สิ่งของ บุคคล หรือเหตุการณ์ต่างๆตามที่บุคคลนั้นต้องการโดยไม่ต้อง
อาศัยอวัยวะรับสัมผัส แต่ใช้ญาณพิเศษในตัวที่ทำให้เห็นภาพในสิ่งที่ต้องการจะเห็นในโนภาพอย่างแจ่มชัดเหมือนดูโทรทัศน์
เช่น ทำกระเป๋าสตางค์ตกหายจะสามารถใช้ญาณพิเศษนี้ตรวจสอบได้ว่าตกอยู่ที่ใดได้ และบางคนอ้างว่าสามารถการล่วงรู้
เหตุการณ์ล่วงหน้า รับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยไม่จำกัดเวลา

ในบางครั้งนับเป็นร้อยๆปี การรับรู้ประเภทนี้ทำให้เกิดการพยากรณ์เหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
ซึ่งการรับรู้เช่นนี้เป็นเรื่องถกเถียงกันมามากเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อพิสูจน์ได้ยาก แต่ก็จะปรากฏขึ้นกับบุคคลหลายๆคน
ที่แสดงให้เห็นความสามารพิเศษเช่นนี้จึงทำให้ทุกวงการทั้งวงการวิทยาศาสตร์และศาสนาให้ความสนใจเพื่อที่จะพิสูจน์ความจริง
 


1.Prophecy


   
เรื่องราวของโหรพยากรณ์อย่างนอสตราดามุสยังคงเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบัน ว่าเขาสามารถทำนายอนาคตอย่างแม่นยำได้อย่างไร
ทั้งที่เวลาผ่านไปหลายร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นคำทำนายการสวรรคตของพระเจ้าอังรีที่ 2 ที่ 3 และ ที่ 4 และ การสิ้นสุดของราชวงศ์วาลัวซ์
แห่งฝรั่งเศส, พยากรณ์การเกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และ เบนิโต มุสโสลินี รวมไปถึงพยากรณ์การเกิดธรรมชาติวิปริต โลกพิบัติอลเวง
ของปรากฏการณ์ เอลนิโญ และ ลานีญาซึ่งคำทำนายเหล่านั้นล้วนถูกต้องอย่างแม่นยำ


แต่กระนั้นในเรื่องที่มนุษย์ที่มีญาณวิเศษสามารถทำนายอนาคตได้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีหลายคนอ้างว่ารู้อนาคต ในลักษณะต่างๆ กัน
เช่น บางคนฝันเห็นสิ่งที่เกิดในอนาคต บางคนได้ยินเสียงที่เชื่อว่าจากสวรรค์ โดยคนที่เผยแพร่คำทำนายจากวรรค์จะเรียกว่าพระวจนะ



โดยคำพยากรณ์ของบุคคลเหล่านี้มักจะทำออกมาเป็นข้อความในหนังสือ โดยขอความต้องตีความไม่ค่อยตรงไปตรงมากนัก ส่วนมาก
คำทำนายจะเป็นด้านลบมากกว่าด้านบวก เช่น การตายของบุคคลสำคัญของโลก การค้นพบสิ่งใหม่ จุดจบของโลก ซึ่งคำทำนายดังกล่าว
มีทั้งรายบุคคลหรือในศาสนาแต่ละศาสนาบนโลก ไม่ว่าจะเป็น พุทธ อิสลาม คริสต์

แต่กระนั้นก็มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนพยายามพิสูจน์ว่าการทำนายดังกล่าวเป็นการหลอกลวงไม่เป็นความจริง อย่างคำทำนายของนอสตราดามุส
สามารถตีความได้หลากหลาย เนื้อหาคลุมเครือลึกลับยากต่อการเข้าใจส่งผลทำให้คำทำนายออกมาแล้วแต่คนแปล เป็นต้น



เนื้อหาจัดอันดับจาก
https://listverse.com/2010/07/22/10-bizarre-human-mysteries/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 มิถุนายน 2018, 14:06:05 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่