ซิฟิลิส (Syphillis)

ผู้เขียน หัวข้อ: ซิฟิลิส (Syphillis)  (อ่าน 537 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

แบดบอย

  • เด็กทะลึ่ง
  • ****
  • กระทู้: 72
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ซิฟิลิส (Syphillis)
« เมื่อ: 16 ตุลาคม 2015, 18:40:23 »

เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Treponema pallidum เชื้อนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อเมือกเช่น ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ปาก เยื่อบุตา หรือทางผิวหนังที่มีแผล เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเข้ากระแสเลือด และไปจับตามอวัยวะต่างๆทำให้เกิดโรคตามอวัยวะและทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนในระยะยาว โรคนี้แบ่งออกเป็น 4 ระยะได้แก่
1.   Primary
2.   Secondary
3.   Latent
4.   Tertiary (or late)
คนเราติดเชื้อโรคนี้ได้อย่างไร
การติดต่อจะติดต่อจากคนสู่คนโดยการสัมผัสผ่านแผล Chancre
ทางเพศสัมพันธ์
•   เชื้อโรคสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยผ่านทางเยื่อบุช่องคลอด ท่อปัสสาวะ
•   เชื้อโรคจะติดต่อได้บ่อยในระยะ primary เนื่องจากระยะนี้จะไม่มีอาการ
•   ในระยะ secondary จะมีหูดระยะนี้จะมีเชื้อโรคปริมาณมากหากสัมผัสอาจจะทำให้เกิดการติดต่อ
การติดต่อทางอื่น
•   เชื้อจะอ่อนแอตายง่ายดังนั้นการสัมผัสมือหรือการนั่งโถส้วมจะไม่ติดต่อ
•   หากผิวหนังที่มีแผลสัมผัสกับแผลที่มีเชื้อก็ทำให้เกิดการติดเชื้อ
จากแม่ไปลูก
•   เชื้อสามารถติดจากแม่ไปลูกขณะตั้งครรภ์และขณะคลอด

อาการของโรค
1 Primary Syphilis
ในระยะ primary รอยโรคจะปรากฏเป็นแผลริมแข็ง Chancre ซึ่งจะมีลักษณะที่สำคัญดังนี้
•   หลังจากได้รับเชื้อ 10-90 วันโดยเฉลี่ยประมาณ 21 วัน จะมีตุ่มแดงแตกออกเป็นแผลที่อวัยวะเพศ ตรงบริเวณที่เชื้อเข้า
•   แผลมักจะเป็นแผลเดียว ไม่เจ็บ ขอบนูน ต่อมน้ำเหลืองจะโตกดไม่เจ็บ
•   ตำแหน่งที่พบได้บ่อยได้แก่ อวัยวะเพศชาย อัณฑะ ทวารหนัก ช่องคลอด ริมฝีปาก
•   แผลจะอยู่ 1-5 สัปดาห์แผลจะหายไปเอง
•   แม้ว่าแผลจะหายไปแต่ยังคงมีเชื้ออยู่ในกระแสเลือด
•   สำหรับผู้ที่เป็นโรคเอดส์ และมีขนาดใหญ่และมีอาการเจ็บมาก
•   การตรวจเลือกในช่วงนี้อาจจะให้ผลลบได้ร้อยละ 30
2 Secondary Syphilis
•   ระยะนี้จะเกิดหลังได้รับเชื้อ 17วัน- 6 เดือน
•   ผู้ป่วยจะมีอาการอยู่ประมาณ 2-6 สัปดาห์แล้วจะหายไปแม้ว่าจะไม่ได้รับการรักษา
•   ต่อมน้ำเหลืองโต
•   ปวดตามข้อเนื่องจากข้ออักเสบ
อาการที่สำคัญมีดังนี้
•   มีผื่นสีแดงน้ำตาลที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ไม่คัน
•   ผื่นนี้สามารถพบได้ทั่วตัว ทั้งฝ่ามือ ฝ่าเท้า
•   จะพบหูด Condylomata lata บริเวณที่อับชื้น เช่นรักแร้ ทวารหนัก ขาหนีบ
•   จะพบผื่นสีเทาในปาก คอ และปากมดลูก
•   ผมร่วงเป็นหย่อมๆ
•   ผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบาย
•   อาการเหล่านี้จะอยู่ได้ 1-3 เดือนหายไปได้เอง และอาจจะกลับเป็นซ้ำ
•   การตรวจเลือดในช่วงนี้จะให้ผลบวก
3 Latent Stage ระยะแฝง
•   ช่วงนี้ผู้ป่วยไม่มีอาการของโรค ช่วงนี้กินเวลา 2-30 ปีหลังจากได้รับเชื้อ
•   ในช่วงนี้จะทราบได้โดยการเจาะเลือดตรวจ
•   ในระยะนี้อาจจะเกิดผื่นเหมือนในระยะ Secondary Syphilis
•   ในระยะนี้หากตั้งครรภ์ เชื้อสามารถติดไปยังลูกได้
4 Late Stage (Tertiary)
•   ระยะนี้จะกินเวลา 2-30 ปีหลังได้รับเชื้อ
•   ระยะนี้เชื้อโรคจะทำลายอวัยวะต่างๆเช่น หัวใจและหลอดเลือด สมองทำให้อ่อนแรงหรืออาจจะตาบอด กระดูกหักง่าย
•   หากไม่รักษาให้ทัน อวัยวะต่างๆจะถูกทำลายโดยที่ไม่สามารถกลับเป็นปกติ
•   การตรวจเลือดอาจจะให้ผลลบได้ร้อยละ30
Congenital Syphilis
หมายถึงทารกที่ติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เด็กจะมีอาการดังนี้
•   เด็กจะมีอาการหลังคลอด 3-8 สัปดาห์
•   อาการอาจจะมีเล็กน้อยจนไม่ทันสังเกตเห็น ทำให้ไม่ได้รับการรักษา
•   เด็กโตขึ้นจะกลายเป็นระยะ Late Stage (Tertiary)
จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นซิฟิลิส
การตรวจวินิจฉัยโรคนี้สามารถทำได้โดยการนำหนองจากแผล หรือเลือดไปตรวจหาตัวเชื้อ การตรวจเชื้อทำได้โดย
Darkfield Exam
•   การตรวจทำไดโดยการน้ำเหลืองจากแผลหรือผื่นที่สงสัยไปตรวจ
•   นำน้ำเหลืองนั้นไปส่องกล้องเพื่อหาตัวเชื้อ
•   การตรวจนี้สามารถวินิจฉัยได้ทั้งระยะ Primary Syphilis และ Secondary Syphilis
การตรวจเลือด
•   การเจาะเลือดตรวจหาภูมิต่อเชื้อซิฟิลิสทำได้ 2วิธีคือ
•   การเจาะเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันซึ่งไม่เฉพาะเจาะจงต่อเชื้อซิฟิลิส ได้แก่การเจาะ VDRL (Venereal Disease Research Laboratory) หรือ RPR (Rapid Plasma Reagent) หากให้ผลบวกต้องเจาะเลือดอีกเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
•   การเจาะเลือดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโดยการเจาะ FTA-ABS (Fluorescent Treponemal Antibody Absorption Test) หรือ MHA-TP (Microhemagglutination-Treponema Pallidum)
ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิสมาก่อนอาจจะให้ผลบวกหลอกโดยที่ไม่เป็นโรค
•   Cerebrospinal Fluid Test การตรวจน้ำไขสันหลังจะทำในรายสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อในระบบประสาท
ความสัมพันธ์ระหว่างซิฟิลิสและโรคเอดส์
หากคุณเป็นซิฟิลิสไม่ว่าจะที่ช่องคลอด อวัยวะเพศชาย หรือทวารหนักคุณจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเอดส์มากกว่าไม่มีถึง 2-5 เท่า
ใครที่ต้องตรวจหาเชื้อซิฟิลิส
•   คนตั้งครรภ์
•   เกย์
•   เป็นโรคเอดส์
•   มีคู่ครองที่ผลเลือดการตรวจพบเชื้อโรคเอดส์
การรักษาโรคนี้ต้องทำอย่างไร
•   ยาที่ใช้รักษาคือ Penicillin
•   การรักษาต้องรักษาทั้งคู่
•   หลังจากรักษา 6 เดือนต้องตรวจซ้ำหลังจากนั้นตรวจทุกปี

Report : www.livcapsule.com