ทางหลวงแนวใหม่ชม.-ลพ. คุ้มทุนทางเศรษฐกิจถึง 4 เท่า

ผู้เขียน หัวข้อ: ทางหลวงแนวใหม่ชม.-ลพ. คุ้มทุนทางเศรษฐกิจถึง 4 เท่า  (อ่าน 3225 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18398
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

ทางหลวงแนวใหม่ชม.-ลพ. คุ้มทุนทางเศรษฐกิจถึง 4 เท่า


บ.ที่ปรึกษาเสนอผลการศึกษาทางหลวงแนวใหม่สายเชียงใหม่-ลำพูน ระยะทาง 14.01 กิโลเมตร มูลค่าลงทุนกว่า 2,000 ล้าน
เผยผลวิเคราะห์มีความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจถึง 4 เท่า ทั้งย่นระยะเวลาการเดินทางและรองรับปริมาณการจราจรที่จะเพิ่มขึ้น


นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการศึกษาของโครงการ การศึกษาผล
กระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางหลวงแนวใหม่ สายเชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งบริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด
ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษากรมทางหลวง ได้จัดขึ้น

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ สายเชียงใหม่-ลำพูน เป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงบริเวณ
พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นโครงการที่มีความสำคัญลำดับสูงเพราะมีความต้องการเดินทางค่อนข้างสูงมาก
แต่เนื่องด้วยสภาพพื้นที่โครงการซึ่งมีแหล่งโบราณสถานในระยะ 2 กิโลเมตรและแนวยังตัดผ่านแม่น้ำปิงซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก
กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯโครงการนี้ โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน
นับตั้งแต่เริ่มโครงการ ซึ่งได้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นมาเป็นระยะๆ

ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเมืองแฝดและสอดคล้องกับความต้องการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งการจราจรมีความคับคั่งในปัจจุบัน เชียงใหม่ทุกวันนี้เป็นศูนย์กลางความเจริญที่การพัฒนาต่างๆ จะมุ่งเข้ามาที่เชียงใหม่
เพราะเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของภาคเหนือ เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ เส้นทางต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นความจำเป็นในการ
รองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งระบบขนส่งมวลชนในอนาคตด้วย และโครงการนี้เป็นอีกเส้นทางหนึ่งจะบรรเทาการเดินทาง
เชื่อมเชียงใหม่-สารภี-ลำพูน โดยเฉพาะสายต้นยางที่ไม่สามารถขยายได้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปีจะแล้วเสร็จ


ดร. ปรีดา พิชยาพันธ์ อาจารย์ด้านวิศวกรรมขนส่ง หัวหน้า ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิศวกรรมขนส่งและเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน (ExCITE)
ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า แนวเส้นทางโครงการที่ได้จากผลการศึกษาความเป็นไปได้เมื่อปี 2550 เส้นทาง
ค่อนข้างตรง จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ถนนมหิดล จุดสิ้นสุดโครงการทางหลวงหมายเลข 106


สำหรับช่วงเริ่มต้นโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้พิจารณาการปรับเนื่องจาก 7-8 ปีที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
จึงได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ส่วนๆ แรกจุดเริ่มต้นโครงการถนนมหิพล ทล.141 จนถึงทล 121 ถนนวงแหวนรอบ 3 ส่วนที่ 2 ตั้งแต่ทล 121
จุดก่อสร้างสะพานแม่น้ำปิง และช่วงที่ 3 ทล 106 สารภี-ลำพูน จากการศึกษาได้เสนอ 4 แนวทางเลือกในช่วงที่ 1 และ 2 แนวทางเลือกใน
ช่วงที่ 2 ส่วนช่วงที่ 3 จากการศึกษาพบว่าการใช้สภาพพื้นที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจึงยึดผลการศึกษาปี 2550 เป็นหลัก

จากการประเมินโครงการนี้จะมีความยาว 20.59 กิโลเมตร หลังศึกษาเสร็จได้นำเสนอในการประชุมรับฟังความคิดเห็นในหลายครั้ง พบว่าในหลายที่
ประชุมช่วงต้นโครงการถนนมหิดล-วงแหวนรอบ 3 ผ่านชุมชนค่อนข้างมากและพยายามหาพื้นที่ลดผลกระทบแล้วแต่ก็ยังกระทบ กรมทางหลวง
จึงมีแนวคิดว่าจุดเริ่มต้นโครงการให้ขยับเพื่อลดผลกระทบกับชุมชน จึงขยับจุดเริ่มต้นโครงการมาที่ทล 121 ถนนวงแหวนรอบ 3 และจุดสิ้นสุด
โครงการอยู่บนถนนเลี่ยงเมืองจว.ลำพูน ทช 3186 ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนก่อสร้าง

ระยะทางโครงการที่ปรับแล้วประมาณ 14.01 กิโลเมตร จากการศึกษาตลอดระยะเวลาศึกษาได้สำรวจข้อมูลครอบคลุมโครงการโดยเฉพาะปริมาณ
จราจรและความต้องการการเดินทาง สำรวจความเร็วและโครงข่ายที่มีผลกระทบ จากนั้นได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ปริมาณความต้องการการเดินทาง
เทียบกับขนาดถนนและความสามารถในการรองรับ ซึ่งพบว่าการเดินทางจากอ.เมืองเชียงใหม่-อ.สันกำแพงมีการเดินทางสูงมาก การเชื่อมโยง
ระหว่างเชียงใหม่-ลำปาง-กรุงเทพฯมาเป็นอันดับ 2 และเชียงใหม่-ลำพูนเป็นอันดับ 3

ปี 2557 ปริมาณรถในทล 11 ชั่วโมงเร่งด่วนมีรถ 5 พันเศษ ถ้ารวมทั้งวันประมาณ 8 หมื่นคันขณะที่ทางหลวง 4 ช่องจราจรซึ่งเกินความสามารถ
ถนนรองรับได้ และปริมาณรถที่คาดการณ์ในอนาคตพบว่า ปี 2557 มีรถ 7 หมื่นคัน ถ้าไม่พัฒนาจะมีรถเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าใน 20 ปีข้างหน้า
ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องพัฒนาโครงการเพื่อให้รองรับเพิ่มในปี 2565 โดยแบ่งเบารถได้เกือบ 3 หมื่นคัน และถ้าขยายปี 2585 จะรองรับได้ 4 หมื่นคันเศษ

สำหรับการออกแบบโครงการ พบว่า ต้องเวนคืนเขตทางกว้าง 60 เมตร ช่องจราจรกว้าง 3.5 เมตร ไหลทางด้านในกว้าง 1.5 เมตรและไหล่ทาง
ด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร ยาว 14 กิโลเมตร เบื้องต้นในปีก่อสร้างจะเป็นถนน 4 ช่องจราจร เกาะกลางกดเป็นร่อง และในอนาคต 50 ปีข้างหน้า
ถนนสามารถพัฒนาได้สูงสุด 10 ช่องจราจร

ส่วนการออกแบบทางแยกจุดกลับรถ พยายามลดจุดกลับรถเพื่อลดอุบัติเหตุ ส่วนถนนท้องถิ่นในหมู่บ้านที่มาเชื่อมกับถนนโครงการจะออกแบบไม่ให้
ถูกแบ่งแยกเป็นทางเชื่อมแบบทางลอดให้ชุมชนสองข้างทางไม่ถูกตัดขาดและบางจุดมีจุดกลับรถอย่างปลอดภัย โดยจุดกลับรถจะให้มีระยะทาง
ไม่เกิน 3 กิโลเมตร และบางจุดที่มีข้อกังวลของชุมชนว่าเป็นเส้นทางไปฌาปนกิจสถานจะออกแบบเป็นช่องลอดและมีช่องเปิดกลางถนนเวลามี
ขบวนแห่โดยสามารถเปิดจุดชั่วคราวได้ ซึ่งจะมีทั้งหมด 16 จุดและทำให้วิถีชุมชนเป็นแบบเดิมได้

การวิเคราะห์โครงการ มูลค่าก่อสร้างประมาณ 2,000 ล้านบาท พบว่าถ้า 20 ปีผลประโยชน์มากกว่าการลงทุนประมาณ 4 เท่าหรือมากกว่าการ
ลงทุนประมาณ 3,500 ล้านบาท เพราะทำให้คนเดินทางด้วยระยะเวลาสั้นลง เพราะคำนวณแล้วผลตอบแทนนออกมาสูงถึง 37%.


credit :: chiangmainews.co.th
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

rc

  • เด็กทะลึ่ง
  • ****
  • กระทู้: 81
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ

rpbaby

  • แอบหื่น
  • ***
  • กระทู้: 45
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด

เยี่ยม pongz

samapet

  • Resource Pool
  • เด็กทะลึ่ง
  • ****
  • กระทู้: 97
  • Country: 00
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด

เส้นนี้ที่ทำถึง โรงพยาบาลใช่ไหมครับ เห็นเร่งทำกันอยุ่