ผู้เขียน หัวข้อ: การเป็นนักถ้ำมอง  (อ่าน 1068 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

mammos69

  • บุคคลทั่วไป
การเป็นนักถ้ำมอง
« เมื่อ: 07 สิงหาคม 2007, 11:43:48 »

การเป็นนักถ้ำมอง



การเป็นนักถ้ำมอง คือ การมีความสุขทางเพศจากการได้แอบดูผู้อื่นเปลือยกายหรือร่วมเพศกัน ผู้ที่มีปัญหานี้มักเป็นผู้ชาย


การชอบดูสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เช่น ชอบดูผู้อื่นแก้ผ้า หรือดูการแสดงเปลือยอาจเป็นสิ่งปกติหรือเป็นความวิปริตทางเพศก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะของการกระทำ การสามารถควบคุมความต้องการของตน และการยอมรับของสังคม การเข้าไปรับประทานอาหารในภัตตาคารบางแห่งเพื่อได้เห็นพนักงานเสิร์ฟซึ่งเปลือยอก การดูระบำโป้หรือระบำเปลื้องผ้า หรือแม้แต่การพยายามเสาะแสวงหาหนังสือลามก

ประเภทที่มีภาพการเปลือยกายอย่างเด่นชัด และภาพการร่วมเพศ ก็จัดอยู่ในลักษณะของ "ถ้ำมอง" เช่นกัน แต่การกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมยอมรับจึงไม่จัดว่าผิดปกติ


อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่บุคคลมีความต้องการจะกระทำสิ่งนี้อย่างรุนแรงจน ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ หรือถึงขนาดยอมเสี่ยงต่อการเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือถูกเหยียดหยาม ถ้ามีผู้พบเห็นการกระทำของตน เช่น พยายามเจาะรูห้องน้ำหรือห้องแต่งตัวของเพื่อนบ้าน ลอบเข้าไปในสวนแล้วปีนต้นไม้เพื่อให้สามารถมองเข้าไปทางหน้าต่างห้องนอนของผู้อื่น หรือสนับสนุนให้ภรรยาเป็นชู้กับชายอื่นต่อหน้าต่อตา เป็นต้น นับว่าผิดปกติมากกว่าพฤติกรรมที่ได้กล่าวไว้แล้ว และสังคมไม่ยอมรับ จึงจัดเป็นวามวิปริตทางเพศ แต่การกระทำเช่นนี้มักให้ความสุขทางเพศแก่ผู้กระทำ มากกว่าการร่วมเพศตามธรรมดา จึงทำให้ผู้กระทำไม่ต้องการการรักษา คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองไปด้วยขณะแอบดู และสามารถมีความสุขทางเพศถึงจุดสุดยอดได้


ด้วยเหตุที่มีความวิปริตดังกล่าวในสังคม ซ่องโสเภณีบางแห่งจึงเปิดบริการลูกค้าเหล่านี้ โดยมีช่องไว้ให้แอบดูผู้อื่นร่วมเพศกัน


สาเหตุ


เชื่อว่าเกิดจากการขาดความอบอุ่น ขาดความมั่นใจในวัยเด็ก และการไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ด้วยความมั่นใจ เขาจะรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นผู้ชายพอ และคนอื่นๆ ก็คิดถึงเขาในทำนองเดียวกัน เพราะฉะนั้นการแอบมองของเขาเป็นเสมือนการประกันว่าเขา จะไม่ล้มเหลวในกิจกรรมทางเพศ เพราะได้เห็นว่าคนอื่นเขาทำกันอย่างไร และขณะเดียวกันเขาก็พอใจในความเหนือกว่าคนๆ นั้นด้วยเพราะตนเองสามารถมองเขาอย่างลับๆ ได้ ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ เชื่อว่าพฤติกรรมนี้เกิดจากการเห็นพ่อแม่ร่วมเพศกันในวัยเด็ก


ความต้องการที่จะดูคู่ร่วมเพศเปลือยหรือได้เห็นการร่วมเพศของตนถือว่าปกติ เช่นเดียวกับการอยากดูภาพการร่วมเพศของตนทางกระจกเงา แต่จะผิดปกติถ้าความต้องการนี้รุนแรงกว่าความต้องการร่วมเพศธรรมดา หรือเป็นความต้องการอย่างมากชนิดที่ควบคุมไม่ได้


ตัวอย่างผู้ป่วย


ผู้ป่วยชาย โสด วัย 25 ปี เป็นนักธุรกิจระดับผู้บริหาร มาพบแพทย์เพราะมีความสุขทางเพศจากการได้แอบดูผู้หญิงเปลือยกายหรือกำลังร่วมเพศ ผู้ป่วยเคยถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทที่เขาทำงานอยู่จับได้ขณะประพฤติเช่นที่กล่าว และได้รับคำแนะนำให้ไปรับการรักษาเสีย มิฉะนั้นอาจถูกไล่ออกจากงาน แต่เขาก็มิได้กระทำตามคำแนะนำนั้น


ผู้ป่วยเป็นชายหนุ่มที่พูดจาฉาดฉาน สง่าผ่าเผย และเป็นที่สนใจของหญิงสาวทั่วไป เขาจะมีนัดกับสาวเหล่านั้นบ่อยๆ และร่วมเพศ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์กับคู่นอนหลายคน แต่กระนั้นก็พบว่ายังมีสภาวการณ์บางอย่างที่ทำให้เขาเกิดความตื่นเต้นมากกว่าการร่วมเพศ เขาซื้อกล้องส่องทางไกลที่มีกำลังขยายสูงและใช้ส่องดูในห้องพักของเพื่อนบ้าน ซึ่งบางครั้งก็ได้เห็นของดีๆ แต่ก็มีบ่อยๆ ที่ไม่ได้ประโยชน์อะไร ดังนั้นต่อมาเขาจึงปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านเช่า และพยายามมองหาจนกว่าจะพบหญิงสาวที่เปลือยกายหรือกำลังร่วมเพศ เขาไม่ต้องการร่วมเพศกับหญิงเหล่านั้น แต่จะสำเร็จความใคร่จนถึงสุดยอดขณะแอบดูหรือทันทีหลังแอบดู แล้วก็กลับบ้าน เขารู้สึกว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ให้ความสุขทางเพศอย่างแท้จริง แม้ว่าบางครั้งเขาจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย เช่นเกือบถูกผู้ดูแลบ้านเช่าจับได้เพราะคิดว่าเขาเป็นขโมย เกือบถูกชายหญิงที่เขาแอบดูทำร้าย และหวุดหวิดจะถูกยิง แต่ก็ไม่ทำให้เขาเลิกพฤติกรรมดังกล่าวได้


ผู้ป่วยมีพี่สาว 3 คน บิดาของผู้ป่วยเป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูง เคร่งศาสนา และลงโทษผู้ป่วยบ่อยๆ สำหรับมารดาดูท่าทางเหมือนคนอบอุ่น เปิดเผยและเจ้าชู้ แต่ก็ไม่ได้แสดงลักษณะเช่นนั้นกับผู้ป่วย ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเป็นที่รักของมารดา และคิดว่าหญิงที่เขารักจะต้องมีลักษณะเหมือนมารดาของตน ขณะที่มาพบแพทย์เขายังไม่เคยรักหรือมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้ง และถาวรกับหญิงคนใดเลย


ครอบครัวของผู้ป่วยค่อนข้างจะเคร่งครัดเรื่องเพศ ตัวอย่างเช่น สมาชิกของครอบครัวจะไม่ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนอื่น และพ่อแม่ก็จะหลีกเลี่ยงการกระทำซึ่งก่อให้เกิดความเร้าใจทางเพศ ผู้ป่วยจำได้ว่าระหว่างอายุ 7-10 ปี เคยดูแม่และพี่สาวถอดเสื้อผ้า แต่เขาก็เพียงดูและพยายามดูให้มากที่สุดเท่านั้น


ผู้ป่วยเริ่ม "แอบดู" เมื่ออายุ 10 ขวบกับเพื่อนชายอีกหลายคนขณะที่ไปพักแรมในฤดูร้อน เขาอธิบายไม่ได้ว่าทำไมการกระทำเช่นนี้จึงเป็นสิ่งเดียวที่เย้ายวนใจเขา ในขณะที่เพื่อนค่อยๆ เปลี่ยนไปสนใจการมีเพศสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามแทนการแอบดู เขาเริ่มใช้กล้องส่องทางไกลเมื่ออายุ 11 ปี แต่ส่องดูจากในบ้านเพิ่งจะออกไปส่องนอกบ้านเมื่ออายุ 17 ปี


ผู้ป่วยสังเกตว่า ความตึงเครียดมีความสัมพันธ์กับการแอบดูอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น ขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆ ในชีวิต ได้แก่เมื่อแยกบ้านจากบิดามารดาหรือเมื่อผ่านการเรียนแต่ละภาค การกระทำเช่นนี้จะเกิดบ่อยขึ้น แต่ไม่รู้สึกว่าความวิตกกังวลเกี่ยวกับการร่วมเพศมีความสัมพันธ์กับความต้องการที่จะแอบดู เขาไม่มีความรู้สึกผิดหรือละอายต่อการกระทำของตน และรู้สึกว่ามันไม่มีอันตรายอะไร แต่อย่างไรก็ตามเขาก็กลัวว่าสักวันหนึ่งเขาอาจถูกจับเข้าคุก ดังนั้นเขาจึงคิดจะรักษาความวิปริตดังกล่าวนี้