ผู้เขียน หัวข้อ: พานจินเหลียน (潘金莲) "เทพแห่งโสเภณี" แห่งวัฒนธรรมจีน....  (อ่าน 433 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 17892
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

พานจินเหลียน (潘金莲) "เทพแห่งโสเภณี" แห่งวัฒนธรรมจีน....
cr. นิธิพันธ์ วิประวิทย์



"พานจินเหลียน" คำด่าสุดจี๊ดที่สาวจีนต้องเจ็บ เพราะไม่ต่างอะไรกับการด่าว่า ดอก(บัว)ทอง หลายใจมากผัว
มักมากในกามรส ....ทำไมต้องเป็นพันจินเหลียน?


ชื่อนี้มาจากตัวละครเอกของวรรณกรรมจีนสมัยราชวงศ์หมิง ชื่อว่า "จินผิงเหมย" (金瓶梅:Jīn Píng Méi)
แปลเป็นภาษาไทยว่าบุปผาในกุณฑีทอง ฉบับยาขอบแปล โดยพันจินเหลียนนี้ เป็น 1 ในตัวละครเอกของเรื่อง




หากใครได้ดูหนัง I am not Madam Bovary ที่นำแสดงโดยฟ่าน ปิงปิง เข้าโรงฉายปี 2016 นางเอกถูกสามี
ด่าว่า พันจินเหลียน จึงโกรธแค้นยิ่งนัก หากใครไม่ทันรู้จัก พันจินเหลียน ก็คงไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องโกรธแค้น
สามีมาก ก็ลองโดนด่าว่า "ดอก(บัว)ทอง" หมายถึง แพศยาขนาดนี้ ไม่โกรธก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

สำหรับจินผิงเหมยฉบับแปลไทย มีการแปลโดยนักเขียนชั้นครูอย่าง "ยาขอบ" ภายใต้ชื่อไทยว่า "บุปผาในกุณฑีทอง"



พานจินเหลียน เมื่อเด็กทางบ้านยากไร้ เลยต้องไปเป็นเด็กรับใช้ในบ้านเศรษฐี พอวัยแตกสาวด้วยหน้าตาดีผิวพรรณ
มีน้ำมีนวล “เฒ่า” แก่เศรษฐีจึงหวังเคลม พานจินเหลียนรังเกียจ จึงแฉให้เถ้าแก่เนี้ยสุดโหดฟัง เศรษฐีมีหรือจะเหลือ
เศรษฐีแค้นนัก เมื่อตัวไม่ได้ลิ้มก็อย่าหวังมีสุขต่อไป จึงแก้เผ็ดด้วยการยกพานจินเหลียนให้ชายอัปลักษณ์ ร่างเตี้ยตัวดำ
ที่เร่ขายหมั่นโถวในอำเภอ เถ้าแก่เนี้ยเห็นเป็นทีขจัดเสี้ยนหนาม ที่อาจกลับใจสมยอมทิ่มแทงได้ในวันหลัง เลยไม่ได้
คัดค้าน ช่วยเหลือแต่อย่างใด


ชายอัปลักษณ์คนนี้มีชื่อว่าหวู่ชายโต (หวู่ต้าหลาง) ด้วยรูปร่างไม่เห็นโตสมชื่อ รวมถึงนิสัยซื่อๆ ทำร้ายใครไม่เป็น
ชายโตคนนี้จึงเป็นที่ขบขันล้อเลียนของคนทั้งอำเภอ จะว่าพานจินเหลียนโชคดีก็ว่าได้ เพราะสามีคนนี้อย่างน้อยก็นิสัยดี
ขยันทำมาหากิน เมื่อลาภลอยได้เมียสวย ก็ทะนุถนอมเอาใจอย่างดี แต่สายตาประชาชีกลับเห็นเป็นเรื่องกอสซิปนินทาทั้งบาง



พานจินเหลียนสุดสวยก็เช่นกัน ด้วยไม่ได้มีใจรักกับหวู่ชายโต จึงมีชีวิตเซ็งๆ ชายโตดีก็จริงแต่ไม่เร้าใจ ดูๆ ไปตามโหงวเฮ้ง
หวู่ชายโต เหมือนคนรับใช้มากกว่าคู่ครอง ผ่านไปไม่นาน หวู่ชายโตพาหนุ่มร่างใหญ่กลับมาบ้าน พานจินเหลียนสงสัย
หวู่ชายโต มีเพื่อนฝูงซะที่ไหน ยิ่งเพื่อนฝูงที่ดูองอาจสง่างามยิ่งไม่น่ามี

ชายคนนั้นคือ หวู่ซง วีรบุรุษที่เพิ่งฆ่าเสือด้วยมือเปล่าจนโด่งดังกันทั้งอำเภอ

แม้จะรูปร่างหน้าตาย้อนแย้งกันยิ่งนัก แต่หวู่ซงก็เป็นน้องแท้ๆ ของหวู่ชายโต เป็นคนกล้าหาญถือคุณธรรม ก่อนหน้ามีเหตุ
ให้พี่ชายน้องชายคู่นี้ต้องแยกจากกัน แต่ทั้งคู่ก็ห่วงและรักกันยิ่งนัก ที่แย่คือ พี่สะใภ้ดันร่วมมีใจรักน้องสามีคนนี้ด้วยซะงั้น


หนึ่งเดือนแรกที่น้องชายมาพักที่บ้าน พี่สะใภ้ดูแลน้องชายคนนี้อย่างออกนอกหน้า หวู่ชายโตคนซื่อปลาบปลื้ม โดยหารู้ไม่
ว่าพานจินเหลียนกำลังจะนอกใจ หวู่ซงเบื้องแรกดีใจที่พี่ได้เมียสวย แถมยังดูแลเอาอกเอาใจเก่งเสียด้วย ขนาดเราเป็นน้อง
พี่สะใภ้ยังดูแลดีขนาดนี้ พี่ชายโตช่างโชคดี



ดูมาแลไปชักไม่ใช่ พี่สะใภ้ยิ่งชื่นชอบหวู่ซงจนเก็บจริตไว้ไม่อยู่ วาจาอ่อยทีเล่นทีจริงของพี่สะใภ้ทำให้ หวู่ซง เกินจะรับได้
มีวันหนึ่งถึงกับด่าพานจินเหลียนพี่สะใภ้อ ย่างสาดเสียเทเสีย หวู่ซงตัดสินใจออกไปจากบ้าน ตัดปัญหาทั้งหมด หวู่ชายโต
ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย เช้าออกขายหมั่นโถว กว่าจะกลับบ้านก็หัวค่ำ ตัวหวู่ซงก็ไม่อยากให้พี่ชายไม่สบายใจ จึงไม่ได้บอกเรื่องนี้
หวู่ซง รักและห่วงพี่ชายคนนี้ยิ่งนัก ครั้งหนึ่งต้องไปราชการแดนไกล จึงแวะกลับบ้านมาเตือนให้หวู่ชายโตดูแลตัวเอง

การณ์เป็นดังคาด... เมื่อตอนหวู่ซงไม่อยู่ ยายเมาท์ร้านน้ำชาตรงข้ามบ้าน เห็นสายตาลูกค้าเพลย์บอยคนหนึ่งตราตึงอยู่กับ
นางพานจินเหลียนที่นั่งถอนใจเซ็งชีวิตอยู่ริมหน้าต่าง เพลย์บอยคนนั้นนาม ซีเหมินซิ่ง ที่บ้านมีฐานะ มีชีวิตอยู่กับสุรานารี
พาชีกีฬาบัตรครบครัน จัดว่าใหญ่โตในอำเภอ เพราะมักได้สัมปทานช่วยงานข้าราชการอยู่เนืองๆ


ยายเมาท์เห็นเป็นช่องทางทำกำไรยกระดับชีวิต จัดแจงให้ทั้งคู่ได้พบเจอกัน ซีเหมินซิ่งปีติยินดี ใช้วาจาและคารม รวมถึง
รูปร่างสง่างามเข้าหลอกล่อ แต่ละครั้งที่ได้เจอ หัวใจที่ไม่เคยเจอชายหนุ่มหล่อใดมาเอาอกเอาใจอย่างพานจินเหลียน ก็ค่อยๆ
อ่อนระทวยลงเรื่อยๆ



พานจินเหลียน ได้ชายหนุ่มคารมดีมาคลายทุกข์ ซีเหมินซิ่งได้เสพสุขสมใจ ยายเมาท์ได้ทำกำไร จึงเข้าข่าย วิน วิน และวิน
มีแต่ได้กับได้ มีแต่หวู่ชายโตเท่านั้นที่เสีย ชาวบ้านชาวเมืองรู้พฤติกรรมอันน่าบัดสีนี้หมด ยกเว้นหวู่ชายโต

จนวันหนึ่งเด็กขายผลไม้ ผิดใจกับยายเมาท์ จึงเอาเรื่องนี้ไปฟ้องหวู่ชายโต หวู่ชายโตทิ้งหมั่นโถวรีบรุดไปจับชู้ ผลักประตูห้อง
เข้าไปจับได้คาหนังคาเขา ที่ไหนได้ กลับโดนซีเหมินซิ่ง กระทืบยอดอกช้ำในจนต้องนอนซมไปหลายวัน

หวู่ชายโตแค้นใจนัก เสียทั้งเมีย เสียทั้งเกียรติ แถมยังโดนถีบช้ำใน พานจินเหลียนก็มีท่าทีกระดี๊กระด๊าและเหินห่าง
วันหนึ่งขณะนอนซม จึงบอกกับพานจินเหลียนว่า

“เจ้าไม่เห็นแก่ข้าไม่เป็นไร แต่หวู่ซงน้องข้ากลับมาเมื่อไหร่ได้เห็นดีแน่ ขอแค่เจ้ากลับมาดูแลข้าให้ดี
และเลิกเป็นชู้กับเจ้าซีเหมินซิ่งนั่น แค่นั้นข้าจะไม่ถือว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้น”


พานจินเหลียนเริ่มฉุกคิด ใช่ หวู่ซงกลับมาจะทำอย่างไร ไม่พูดไม่จาอะไรรีบไปปรึกษายายเมาท์และซีเหมินซิ่ง
ฝนตกขี้หมูไหล ยายเมาท์ออกความเห็น “ให้วางยาฆ่ามันซะ!” ขอแค่ให้ตายแล้วเผาทิ้งก่อนที่หวู่ซงจะกลับมา
แล้วใช้บารมีซีเหมินซิ่งปิดข่าว ปิดหูปิดตาหมอชันสูตรศพและนายอำเภอซะ เท่านี้ก็จะเรียบร้อย



พานจินเหลียนคือผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ใช่จะเคยฆ่าคน แต่เอาก็เอาวะ การฆาตกรรมครั้งนั้นจึงทั้งทุลักทุเลและหดหู่
อย่างไรก็ตามทุกอย่างสำเร็จไปตามแผน หวู่ชายโต ตายไปแล้ว เผาไปแล้ว ติดสินบนทุกคนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ทุกอย่างจะเรียบร้อย
หวู่ซง กลับมา ได้ยินข่าวการตายของพี่ชาย เสียใจสุดที่จะพรรณนาได้ ในใจสงสัยพี่สะใภ้แน่ จึงไล่เรียงหาหลักฐานด้วยตัวเอง
หวู่ซงใช้ทั้งเงินทั้งกำลัง จนสืบรู้เรื่องราวทั้งหมด แต่นายอำเภอกลับใส่เกียร์ว่าง

หวู่ซง ตัดสินใจใช้ศาลเตี้ย ความผิดครั้งนี้จำเลยต้องตายตกไปตามพี่ชาย หวู่ซงจัดการตามล่าฆ่านางพานจินเหลียนเสีย
แล้วตามด้วยซีเหมินซิ่งเรื่องราวนี้อยู่ในวรรณกรรม 108 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน บทสรุปของผู้คน ให้หวู่ซงเป็นวีรบุรุษผู้กล้า
ผดุงความเป็นธรรมในบ้านเมืองอันเส็งเคร็ง รักพวกพ้องแก้แค้นแทนพี่ชาย ส่วนพานจินเหลียนต้องตกเป็นนางแพศยาไร้ยางอาย
ชาวจีนถึงกับจัดให้พานจินเหลียนกลายเป็น "เทพแห่งโสเภณี"


แต่นางพานจินเหลียน เป็นนางแพศยาจริงหรือ...?



กับชีวิตที่มีกรรมตรงที่เกิดมาหน้าตาดี เมื่อยังรุ่นก็ถูกเฒ่าหัวงูเฝ้าเคลม เถ้าแก่เนี้ยก็เห็นเป็นเสี้ยนหนามร้ายในบ้าน ด้วยฐานะ
เป็นเพียงสาวใช้ จึงถูกกลั่นแกล้งให้แต่งงานกับคนอัปลักษณ์ และเมื่ออยากประกาศความต้องการของตัว ก็สายไปที่จะทำตาม
เสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเอง แต่คำว่าสวยไปใครเล่ากำหนด


พานจินเหลียนเป็นเหมือนนางแพศยาในโลกยุคเก่าอีกหลายต่อหลายคน ซึ่งแม้กระทั่งเริ่มหลายใจ ก็ไม่ได้ริเริ่มเอง แต่นางแค่
ต้องถูกกักขังไว้เพราะกายได้มอบให้แก่ชายคนใดคนหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว (โดยไม่สมัครใจเสียด้วยซ้ำ)

เป็นชู้และวางยาฆ่าคนนั้นผิดมหันต์ แต่นั่นเป็นผลพวงมาจากคติบิดเบี้ยวที่กดเพศหญิง และปลดปล่อยเพศชายไว้ด้วยจารีตและ
ประเพณีที่ไม่ยุติธรรม วงการวรรณกรรมจีนยุคหลังเริ่มหันมองพานจินเหลียนแบบใหม่ ให้เครดิตว่าเป็นสตรีที่แม้อยู่ในเขาวงกต
ที่หาทางออกไม่ได้ ของคติและสภาพสังคมที่กดขี่ แต่ก็มีดีที่กล้าบอกในสิ่งที่ใจต้องการ

บทงิ้วเรื่อง “หวู่ซงฆ่าพี่สะใภ้” ในยุคหลัง เขียนบทตอนหวู่ซงกำลังจะทิ่มแทงมีดเพื่อควักหัวใจของนางพานจินเหลียนออกมาดูว่า
ทำด้วยอะไร ดังนี้

นางพานจินเหลียนยืดออกแล้วพูดทั้งน้ำตา
“หัวใจข้านี่แหละที่เป็นก้อนเลือดก้อนเนื้อโดยแท้จริง แต่หัวใจวีรบุรุษอย่างพวกท่านนี่สิ คือก้อนหินดีๆ นี่เอง”

ที่จริงการตัดคอหรือควักหัวใจนางพานจินเหลียน อาจเรียกว่าเมตตามากแล้วในสังคมโบราณสมัยนั้น เพราะโทษที่ภรรยานอกใจสามี
อาจถึงขั้นประหารด้วยการเฉือนเนื้อทีละชิ้น หรือไม่ก็ใส่ตะกร้อไม้ไผ่ แล้วกดน้ำให้ตาย

“หัวใจวีรบุรุษอย่างพวกท่านนี่สิ คือก้อนหินดีๆ นี่เอง”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 เมษายน 2019, 10:48:38 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่