ผู้เขียน หัวข้อ: โบสถ์แห่งบอร์ลีย์ (Borley Rectory) โบสถ์สยองขวัญที่อังกฤษ  (อ่าน 38 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 17301
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

โบสถ์แห่งบอร์ลีย์ (Borley Rectory) โบสถ์สยองขวัญที่อังกฤษ
ถูกทุบทำลายปี 1939
cr. Cammy-เต่านรก



โบสถ์แห่งบอร์ลีย์หลังนี้ นำมาซึ่งเรื่องราวอันน่าเร้นลับน่าสะพรึงแก่ผู้พบเห็นอยู่เสมอ...........

โบสถ์แห่งบอร์ลีย์(บอร์ลีย์ เรคตอรีย์) หลังนี้ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 60 ไมล์ แถบชานเมือง
เอสเซกซ์ (Essex) ได้มีการบันทึกเป็นครั้งแรกไว้ในหนังสือ 1066 วันพิพากษา(1066 Doomsday Book) กล่าวถึง
คฤหาสน์ของบอร์ลีย์ซึ่งต่อมามีการตั้งโบสถ์ไม้นี้ เมื่อ ค.ศ.1362 นักบวชในนิกายเบเนดิกทีน(Benedictine) และแม่ชี
จากสำนักชีในละแวกนั้น ได้ถูกกล่าวหาว่ากระทำการเป็นหมอผี ทั้งสองพยายามที่จะหนี แต่ถูกพวกชาวบ้านที่งมงายขัดขวาง
สุดท้ายนักบวชถูกแขวนคอ ส่วนแม่ชีถูกฝังให้เป็นภายในผนังของสำนักชี


โบสถ์ของบอร์ลีย์เป็นอาคารก่อด้วยอิฐแดง สร้างใน ค.ศ.1863 โดยบาทหลวงเฮนรี ดาวสัน เอลลิส บุลล์ พระอธิการปกครอง
แห่งบอร์ลีย์ โดยท่านอธิการได้ตั้งรกรากอยู่ที่นี้กับภรรยา คือแครอลีน ทั้งสองมีลูกด้วยกันถึง 14 คน

หลังจากนั้นเป็นต้นมาเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น.................



ครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม ค.ศ.1900 โดยลูกสาว 3 คนของบาทหลวงเฮนรี บุลล์ ได้เห็นแม่ชีประหลาดคนหนึ่ง
เดินอยู่ในโบสถ์ จึงคิดไปทักทายตามมารยาท แต่ปรากฏว่าแม่ชีได้เดินหายเข้าไปทางด้านหลังโบสถ์อย่างไร้ร่องรอย
หลังจากนั้นก็ได้มาปรากฏตัวโดยยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าให้ช่างไม้ที่เข้ามาทำงานเห็นถึงสี่ครั้งในเวลาต่างกัน

ตั้งแต่นั้นการได้เห็นแม่ชีปริศนานี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา สำหรับโบสถ์แห่งนี้เสียแล้ว จนถึงปี ค.ศ.1928 สมาชิกครอบครัว
ของบาทหลวงบูลล์ก็ย้ายออกไป และบาทหลวง กาย สมิธ และภรรยาก็เข้ามาอยู่แทน ทั้งสองได้ประสบเหตุการณ์ประหลาดสยอง
นอกเหนือจากการเห็นแม่ชีปริศนา เช่น จู่ๆ ก็มีก้อนหินขว้างมาโดยไม่ปรากฏผู้ขว้าง รอยเท้าประหลาด การได้ยินเสียงหลอนน่ากลัว
ยามค่ำคืน แสงไฟจากห้องมืด หรือแม้กระทั้งรถม้าปีศาจก็โผล่ออกมาให้เห็น ส่วนแม่ชีปริศนาก็โผล่มาแม้แต่ตอนกลางวันแสกๆ

แต่ที่น่าสะพรึงที่สุดคือเสียงพูดลึกลับ

“เงียบเถอะ!! คาร์ลอส อย่าคว่ำครวญเลย ดึกแล้ว”

ซึ่งคาร์ลอสนี้ เป็นชื่อเล่นของบาทหลวงเฮนรี บุลล์นั่นเอง


   
ในปีต่อมา บาทหลวงสมิธทนไม่ไหว กับปัญหาที่เกิดขึ้น เขาเลยติดต่อกับหนังสือพิมพ์เดลิมิร์เรอร์ เพื่อขอความช่วยเหลือ แฮร์รี ไพรส์
นักสืบสวนปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติระดับขึ้นชื่อลือชาสุดๆ แห่งอังกฤษ นอกจากนี้ก็ยังมีคณะนักข่าว ไปทำพิสูจน์ปรากฏการณ์แปลกๆ
ซึ่งบังเกิดขึ้นในเรคตอรีย์แห่งนี้ และทั้งหมดต่างก็พบเหตุการณ์แปลหๆ มากมาย เช่น เสียงกระดิ่งที่ลั่นได้เอง ลูกกุญแจหลุดปลิวหวือ
จากตัวล็อคกุญแจ (โดยไม่มีมือคนไปแตะต้อง) มีคนเห็นวงแสงประหลาดและได้ยินเสียงย่ำฝีเท้าภายในห้องที่ไม่มีคนอยู่ มีคนเห็น
ปีศาจชายคนหนึ่งเดินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้เคียงตัวบ้าน แต่ทั้งหมดก็ไม่รู้จะช่วยเหลือยังไง


จนในที่สุดบาทหลวงสมิธก็ต้องย้ายออกไปจากโบสถ์แห่งบอร์ลีย์ในปีนั้น เพราะสุดทนกับความเฮ้ยนของสถานทีนี้

นายไพรส์ ได้เอาตัวเข้าไปพัวพันกับเรคตอรีย์แห่งนั้นหลายช่วงเวลา รวมแล้วก็นับหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างปี 1930 ถึง 1935
เป็นช่วงเวลาที่ผู้เช่ารายต่อมาคือ ท่านภราดา ไลโอเนล ฟอยสเตอร์ กับภรรยาชื่อมาเรียนน์ และอะดิเลด ลูกสาว  เข้าพักอาศัยในเรคตอรีย์
แทนครอบครัวคนก่อน ซึ่งดูเหมือนว่าการหลอกหลอนจะรุนแรงมากขึ้น โดยมีเป้าหมายมาทีมาเรียนน์ครั้งแรกเธอโดนตบหน้า ครั้งสอง
ถูกเหวี่ยงออกจากเตียง นอกจากนั้นก็มีเครื่องหมายและชื่อของ นาง มาเรียนน์ (Marianne) ปรากฏไว้ที่ผนังบ้านด้วย

นอกจากนั้น นายไพรส์ได้เห็นกับตา เมื่อลูกกุญแจหลุดปลิวหวือจากตัวล็อคส์ ได้ยินเสียงกระดิ่งลั่นไปเอง (บางครั้งบางคราวก็เป็น
คำขอจากนายไพรส์เอง คือ ขอให้ปีศาจที่สิงอยู่ในเรคตอรีย์ "ช่วยชักกระดิ่งหน่อยเถอะ"… ซึ่งนายไพรส์ก็ไม่ผิดหวัง กับคำขอแบบ
"ท้าพิสูจน์")




มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ขวดเปล่าใบหนึ่งถูกเขวี้ยงใส่นายไพรส์ด้วย "มือที่มองไม่เห็น" เขายังแว่วเสียงฝีเท้าย่ำตึกๆ จาก "เท้าที่มองไม่เห็น"
แล้วเขาก็ยังได้เห็น "เรือนร่างรางๆ" คล้ายรูปตัวคน นายไพรส์ประมาณว่าระหว่างที่ครอบครัวฟอยสเตอร์พำนักอยู่ในเรคตอรีย์แห่งนี้
เกิดปรากฏการณ์แนว "ปีศาจแผงฤทธิ์" ที่สามารถสังเกตการณ์ได้อย่างชัดๆ รวมแล้วประมาณ 2,000 ครั้งเป็นอย่างน้อยที่สุด

ในปี ค.ศ.1935 ครอบครัวของบาทหลวงฟอยส์เตอร์จำต้องจากโบสถ์แห่งบอร์ลีย์ไป จากนั้นสองปีต่อมานายไพรส์ได้ขอ "เช่าช่วง"
เข้าพำนักอยู่ในบอร์ลีย์ เรคตอรีย์ เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม


ไม่เพียงแต่ตัวเขาที่เฝ้าสังเกตการณ์เพียงคนเดียว นายไพรส์ได้เชื้อเชิญบรรดาบรรดา "ผู้ที่มีความสนใจ" ไปร่วมสังเกตการณ์ในบ้าน
หลังนั้นด้วย ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรผู้สังเกตการณ์รวม 48 คน ไปพำนักอยู่ในเรคตอรีย์ อย่างน้อยก็คนละหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ ที่ต้องไป
พำนักอยู่และเฝ้าสังเกตการณ์ในบ้านหลังนั้น แต่ดูเหมือนว่าผีจะไม่ค่อยชอบคนมาก เพราะจากนั้นก็ไม่ปรากฏมาอีก หนำซ้ำคนอื่น
ก็กล่าวหาว่านายไพรส์นั้นแหละเป็นตัวการก่อเรื่องทั้งหมด

อย่างไรก็ตามนายไพรส์ก็ทำการพิสูจน์เรื่องผีแห่งบอร์ลีย์นี้จนได้ เมื่อเขาทำพิธีเข้าทรงติดต่อกับวิญญาณ ในวันที่ 27 มีนาคมของปีนั้น
ร่างทรงได้สื่อข้อความว่า

“ซูเนกซ์ อมูเรส(Sunex Amures)และลูกน้องคนหนึ่งของเขา จะวางเพลิงโบสถ์แห่งนี้ในคืนหนึ่ง”




ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1939 บอร์ลีย์ เรคตอรีย์ ถูกเพลิงไหม้เผาผลาญ ยุบลงกองกับพื้นเหลืออยู่แต่ตัวโครงอาคาร เหตุการณ์เกิดขึ้น
ก็เพราะว่าในตอนนั้น นายร้อยเอกดับบลิว. เอ็ช. เกรกอรีย์ ได้ซื้อบ้านหลังนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองเลย และได้เข้าพำนักใน "บ้านผีสิง"
ในระหว่างที่นายร้อยเอกเกรกอรีย์กำลังค้นหาหนังสือบางเล่ม หนังสือที่จัดตั้งไว้กองหนึ่งก็ปลิวกระจัดกระจายก็ไปกระแทกตะเกียงน้ำมัน
ดวงหนึ่งพลิกคว่ำ ทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามไปทั่วสถานที่นั้น จนกระทั่งในที่สุดบอร์ลีย์ เรคตอรีย์ ถูกเผาผลาญยุบตัวหมดทั้งหลังเหลือ
อยู่แต่ส่วนโครงโด่เด่ หลังจากเกิดเพลิงลุกไหม้หนึ่งเดือน  และเมื่อเพลิงสงบโบสถ์แห่งนี้ก็เหลือเพียงซากอาคารเท่านั้น


แต่ถึงแม้โบสถ์จะเหลือแต่ซากก็ยังมีปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีสุภาพสตรีกลุ่มหนึ่งในท้องถิ่นนั้นได้ไปเยี่ยมชมซากอาคาร
เป็นสุภาพสตรีรวมสี่คน ทั้งสี่คนนั้นได้เห็น "ผู้หญิงคนหนึ่ง" สวมชุดสีฟ้า กำลังเดินเข้าห้องชั้นบนห้องหนึ่งจากนั้นก็เกิดหลายอย่างเป็น
เวลาต่อเนื่องไปอีกกว่าหกปี! หลังจากนั้นปรากฏการณ์แปลกๆ ก็ค่อยๆ สงบรำงับลงตามลำดับเวลา

หลังจากวันที่ 29 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1945 เมื่อมีผู้ค้นพบกะโหลกของหญิงสาวผู้หนึ่งภายในซากของอาคารแห่งนั้น ค้นพบหัวกะโหลก
ตรงจุดด้านล้างของส่วนพื้นห้องใต้ถุนของตัวอาคาร หัวกะโหลกนั้นได้ถูกนำไปกลบฝังตามพิธีการทางศาสนา

หลังจากนั้นปรากฏการณ์แปลกๆ ที่จุดบอร์ลีย์ เรคตอรีย์ ก็แทบจะสงบรำงับลงโดยสิ้นเชิง ซากปรักหักพังของบอร์ลีย์เรคตอรีย์
ได้ถูกกวาดออดไปหมด จนราบเรียบเป็นหน้ากลอง




อย่างไรก็ตาม นายฮารีย์ ไพรส์ พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนฝูงของเขาพากันไปเยี่ยมเยียน "ซากแห่งบอลีย์ เรคตอรีย์" เป็นครั้งสุดท้าย
และเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของนายไพรส์เป็นตากล้องในสังกัดนิตยสาร "ไลฟ์" เขาได้ตั้งกล้องถ่ายภาพชุดครั้งนี้
ปรากฏว่ามีอยู่ภาพหนึ่งเมื่อนำฟิล์มมาล้างอัดภาพเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ปรากฏให้เห็นในภาพนั้น ก็คือก้อนอิฐก้อนหนึ่ง
จากซากอาคารลอยตัวตั้งเด่อยู่ท่ามกลางอากาศ ลอยตัวตั้งเด่อยู่ด้านหน้าของช่องทางอันมือคล้ำช่องหนึ่ง!


 
(จากนิตยสารต่วยตูนพิเศษ ฉบับที่ 327 พฤษภาคม 2545+ +)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 ธันวาคม 2018, 09:24:12 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่