ผู้เขียน หัวข้อ: 7 นางฟ้า (七仙女) Part 2  (อ่าน 310 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 17750
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
7 นางฟ้า (七仙女) Part 2
« เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2018, 11:14:06 »

7 นางฟ้า (七仙女) Part 2



นางฟ้าองค์ที่ 5

เธอเป็นลูกคนเดียวของขุนนางใหญ่ในราชสำนักและกำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก พออายุได้ 7 ขวบพ่อก็มีภรรยาใหม่
และคาดหวังว่าภรรยาใหม่จะดูแลลูกสาวตัวเองอย่างดี ตนเองจะได้ไปทำงานได้อย่างเต็มที่และหายห่วงลูกสาว
ที่อยู่คนเดียว แต่...ตอนที่พ่อเธอไม่อยู่ แม่ใหม่นั้นก็แอบคบชู้กับคนรับใช้ชายและเป็นอย่างนั้นเรื่อยมาจนวันนึง
เธอแอบเห็นแม่เลี้ยงคบชู้กับคนรับใช้ ฝ่ายแม่เลี้ยงกลัวว่าเรื่องจะถูกเปิดเผยจึงจับเด็กหญิงตัดลิ้นออก นำผ้า
ผูกตาเธอและนำไปปล่อยทิ้งไว้บนภูเขาสูงไกลจากบ้าน พอพ่อเธอกลับมาก็ถามหาจากใคร คนในบ้านก็บอกไม่รู้
รวมทั้งภรรยาใหม่ด้วย




ฝ่ายเด็กหญิงหลังจากถูกปล่อยบนภูเขาสูงแล้วนั้น ก็ประทังชีวิตด้วยผลไม้และน้ำจากน้ำพุหน้าปากถ้ำ วันนึง
เธอได้ยินเสียงระฆังดังมาจากที่ไกลๆ จึงเดินไปตามเสียงจนพบวัดและคนหลายคนนั่งสวดมนต์อยู่หน้าขันน้ำใบใหญ่
แต่เธอก็ไม่สามารถนั่งสวดตามได้ จึงกลับมานั่งสวดมนต์ด้านหน้าของน้ำพุและออกเสียงเลียนแบบแพะ เธอทำ
แบบนั้นอย่างต่อเนื่องจนน้ำพุด้านหน้ากลายเป็นน้ำวิเศษรักษาโรคได้ เมื่อไหร่ที่เธิรู้สึกเหนื่อยหรือไม่สบาย
เธอแค่กินน้ำจากบ่อนั้นก็จะหายทันที

วันนึงเธอได้พบกับพ่อของตัวเองที่เดินทางมาไกลเพื่อไหว้พระที่วัด เธอจึงแอบเดินตามกลับบ้านในตอนดึก และแอบเห็น
พ่อเธอกำลังป่วยอยู่เนื่องจากตรอมใจที่เธอได้หายตัวไป ยิ่งไปกว่านั้นเธอก็ยังแอบเห็นแม่เลี้ยงตัวเองวางห่อยาพิษไว้ข้างๆ
ถ้วยยาของพ่อ เธอจึงสลับยาพิษถ้วยนั้นกับน้ำจากน้ำพุหน้าถ้ำของเธอเอง ทำให้พ่อของเธอหายดี พอแม่เลี้ยงมาเจอเข้า
ก็นึกว่าคนใช้หญิงเป็นคนพาลูกเลี้ยงตัวเองกลับมา จึงจับมัดมือและเฆี่ยนตีเพื่อบังคับให้ยอมรับผิด เด็กหญิงเห็นแบบนั้น
ก็เข้ามาช่วยและขอตายเพียงคนเดียว ฝ่ายพ่อพอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็ลุกจากเตียงมาดู ได้เจอลูกสาวตัวเองและ
ได้รู้ความจริงจากปากของสาวใช้ จึงจับชายรับใช้กับภรรยาใหม่ใส่กรงหมูแล้วลากลงไปในสระเพื่อให้จมน้ำตาย

เด็กหญิงคนนั้นเห็นก็อยากช่วยทั้งสองคน พอกระโดดลงน้ำปุ๊บ เธอก็เสียชีวิตกายทิพย์ก็ขึ้นสวรรค์ทันที
(ตอนนั้นเธอมีอายุแค่ 11 ปี)





นางฟ้าองค์ที่ 6

ในครอบครัวคนตัดฟืนที่มีลูกสาวคนเดียว ตอนลูกสาวอายุได้ 6 ขวบ บ้านเมืองก็เกิดจลาจล ทำให้ครอบครัวพลัดหลงแตกแยก
ลูกสาวนั้นหลงเข้าไปอยู่ในป่าจึงอ้อนวอนต่อฟ้าว่าจะถือศีลกินเจแต่ขอให้หาครอบครัวของเธอเจอ พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงโปรย
น้ำทิพย์ลงบนใบไม้ใบหญ้าทั่วบริเวณนั้นเพื่อให้เธอได้เก็บกิน


ฝ่ายแม่ หลังจากลูกและสามีหายไป ก็เข้าป่าผ่าฟืนมาขายยังชีพ แต่ด้วยเป็นผู้หญิงก็ไม่ค่อยมีแรงจึงเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าซะเลย
และทุกๆวันนางก็จะอธิษฐานขอให้พระโพธิสัตว์คุ้มครองลูกและสามีตัวเอง




ฝ่ายพ่อได้ถูกกลุ่มนักเลงในหมู่บ้านกล่าวหาว่าเป็นคนขโมยหมูไปหลังจากเหตุจลาจล พวกนักเลงจึงจับพ่อของเธอมาผ่าท้อง
แล้วโยนลงเหว หลังจากตกเหวลงไปก็ยังมีลมหายใจอยู่และก็ได้มีเสือเทพลงคาบขึ้นไปบนดอยและหายามาให้กิน ซึ่งทั้งหมดนี่
อยู่ในความดูแลของพระโพธิสัตว์ หลังจากฝ่ายพ่อหายดีแล้ว เสือเทพก็นำทางพาทั้งสามมาพบกัน ทั้งสามจึงกลับบ้านพร้อมกัน
และแม่ก็หันมาทำอาชีพทอผ้าเลี้ยงครอบครัว ฝ่ายพระโพธิสัตว์อยากลองใจลูกสาว จึงแปลงร่างเป็นเด็กผู้หญิงชวนลูกสาวออกไป
วิ่งเล่นและ...ชักชวนให้เธอกินเนื้อสัตว์เพื่อบำรุงร่างกาที่ซูบผอมจากการที่เข้าไปอาศัยในป่า เธอตอบกลับไปว่านอกจากเนื้อสัตว์แล้ว
แม้แต่ข้าวเธอจะไม่กินก็ได้ เพราะตอนอยู่ในป่าเธอก็ไม่ได้กินข้าว ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร

พระโพธิสัตว์เห็นว่าเธอมีใจที่มั่นคง จึงพาเธอขึ้นเขาสอนวิธีบำเพ็ญจนเธอสำเร็จบรรลุมรรคผล





นางฟ้าองค์ที่ 7

เธอเป็นลูกคนเดียวของครอบครัวหนึ่ง ตอนนั้นบ้านเมืองเกิดกลียุค พ่อเธอได้พลัดหลงหายไป แม่เธอเลยพาเธอตามหาพ่อ
ข้ามภูเขาลูกแล้วลูกเล่า พอตกค่ำก็เอาหญ้ามาทำเพิงนอนพัก พอหิวก็กินผลไม้ป่าเอา


มีอยู่วันนึงแม่เธอล้มป่วย เธอเลยนึกไปถึงตอนเล็กๆว่าเห็นแม่เธอเก็บหญ้ามาต้มให้กินก็หายดี เธอเลยไปเก็บหญ้ามาต้ม
ให้แม่เธอกินบ้าง โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามันเป็นพืชธรรมดาๆ ไม่ใช่สมุนไพร แต่ด้วยความกตัญญูทำให้เบื้องบนเห็นและแม่เธอ
ก็หายป่วย หลังจากนั้นทุกๆวันเธอก็จะเก็บกิ่งไม้แห้งไปขาย เอาเงินไปซื้อฝ้ายมาให้แม่เธอปั่นเป็นด้าย และนำด้ายกลับไป
ขายต่ออีกที ทำให้ทั้งสองมีเงินไม่ต้องไปเก็บผลไม้ป่ากินอีก




แต่แล้ววันนึง แม่เธอโดนกิ่งไม้แทงหลังบาดเจ็บสาหัส เธอจึงออกไปเก็บหญ้าหวังจะมาต้มให้แม่กินอีก แต่...มีชายคนนึง
ออกมาบอกว่าต้องใช้หญ้าพิเศษ เธอจึงออกตามหาหญ้าพิเศษทุกวันแต่ก็ไม่เคยหาเจอเลย


อีกด้านหนึ่ง มีลูกชายขุนนางที่กตัญญู ชอบเล่นตลกสร้างเสียงหัวเราให้พ่อแม่ วันนึงเค้ากำลังเล่นปีนต้นไม้ อยู่ๆก็มีทหาร
มาจับคนในบ้านไปหมดและปิดผนึกบ้านของเค้า เค้าก็ได้แต่ดูอย่างเงียบๆเพราะรู้ว่าเกิดเหตุร้ายแน่นอน

จริงๆแล้วคือ ขุนนางกังฉินใส่ความพ่อของเค้าและจับคนทั้งบ้านไปประหารหมด เค้าจึงต้องกลายเป็นเด็กขอทานเร่รอน
วันนึงเด็กชายคนนี้ก็เดินผ่านไปบ้านเศรษฐีที่กำลังจัดงานใหญ่และให้ทานขอทานที่ผ่านไปมา แต่เด็กคนนี้พอได้รับของแจก
แล้วก็ไม่ยอมกลับ คนใช้หญิงชื่อหยินเหอก็ไปบอกนายหญิง นายหญิงมาเจอเด็กชายคนนี้ก็ถูกชะตาจึงรับอุปการะไว้ให้
ทำหน้าที่ต้อนวัวไปกินหญ้า



ครั้งนึง เด็กหนุ่มคนนี้ได้ไปช่วยชายชราที่ล้มและเป็นแผลที่ขาไว้ ชายชราบอกเด็กคนนี้ว่าเค้ามีหญ้าวิเศษให้เอาหญ้าของเค้า
ทาที่ขาให้หน่อย พอเด็กหนุ่มทำตาม แผลที่ขาชายชราก็หายดี ชายชราจึงให้หญ้าวิเศษที่เหลือแก่เด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มคนนี้
ก็ใช้หญ้าวิเศษช่วยรักษาคนเจ็บไปทั่ว จนได้ไปรักษาแม่ของเด็กผู้หญิงในตอนต้น แม่ของเด็กผู้หญิงเห็นชายเลี้ยงวัว
เป็นคนมีน้ำใจก็ชอบมากจึงให้แต่งงานกับลูกสาวตัวเอง


หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีโจรขึ้นบ้านเศรษฐีและฆ่าเศรษฐีตาย แต่ด้วยความที่เจ้าหน้าที่ทำงานแบบขอไปที จึงป้ายความผิด
ไปให้เด็กชายเลี้ยงวัว เพราะคืนนั้นเค้าพาวัวออกไปกินหญ้าไกลไม่ได้กลับบ้าน แต่เค้าก็ยังอายุน้อยจึงถูกลงโทษเพียงแค่เนรเทศ
ฝ่ายหญิงทอผ้าเมื่อรู้เรื่องก็ออกเดินทางข้ามวันข้ามคืนไปหาเด็กชายเลี้ยงวัว ทั้งสองได้พบกันแต่ก็ถูกแม่น้ำกั้นไว้

ทันใดนั้นได้มีนกนางแอ่นฝูงหนึ่งบินลงมาเป็นสะพานให้ทั้งคู่เดินมาหากันได้ พอได้พบกันอีกครั้ง
ทั้งคู่ก็สำเร็จมรรคผล ได้ขึ้นสวรรค์




ตำนานของหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า

พูดถึงหนุ่มเลี้ยงวัวคนหนึ่งชื่อ หนิวหลาง (牛郎) บังเอิญไปเจอนางฟ้าเจ็ดองค์เสด็จลงมาเล่นน้ำในทะเลสาบ
วัวตัวหนึ่งของเขากระซิบบอกให้เขาไปขโมยเสื้อผ้าของพวกนาง พอหนิวหลางขโมยเสื้อผ้าได้ก็ดีใจจนทำเสียงดังขึ้น
เหล่านางฟ้าจึงตกใจและรีบใส่เสื้อผ้าเหาะหนีขึ้นสวรรค์ แต่จือหนี่ (织女) น้องสาวคนเล็กถูกขโมยเสื้อผ้าไป
จึงต้องแต่งงานอยู่กินกับหนิวหลาง หนิวหลางรักนางมากจนทั้งสองมีบุตรด้วยกัน 2 คน จือหนี่มีฝีมือในการทอผ้า
ผ้าที่นางทอจะมีสีสันสวยงามไม่มีใครสู้ได้เลย พวกเขาจึงนำไปขายได้เงินดีและเริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้น




เมื่อเง็กเซียนได้ทราบว่าบุตรสาวของตนไปแต่งงานกับคนธรรมดา ก็โกรธมากและออกคำสั่งให้ทหารไปจับจือหนี่กลับสวรรค์
ฝ่ายหนิวหลางเมื่อกลับมาพบภรรยาของตนหายตัวไปก็เสียใจเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นวัวของเขาก็พูดออกมาอีกครั้ง
บอกให้หนิวหลางฆ่าตนแล้วเอาหนังคลุมร่างเพื่อจะได้ไปสวรรค์ตามหาภรรยาได้ หนิวหลางจึงฆ่าวัวด้วยน้ำตา


และเมื่อเอาหนังของวัวมาคลุมร่างเขากับลูกทั้งสองก็เหาะไปถึงสวรรค์ เง็กเซียนพบพวกเขาก็โกรธจึงยื่นมือออกมาแล้ว
กรีดท้องฟ้าออกเป็นสองส่วนกลายเป็นแม่น้ำกว้าง ทำให้คู่รักทั้งสองต้องแยกจากกันตลอดกาล (แม่น้ำนั้นบนโลกรู้จักในชื่อ
ทางช้างเผือก) จือหนี่เฝ้าแต่ทอผ้าคอยอยู่ฟากหนึ่งของแม่น้ำอย่างเศร้าสร้อย ขณะที่หนิวหลางดูแลบุตรทั้งสองของพวกเขา

แต่ว่าจะมีเพียงวันเดียวในรอบปีที่เหล่านกกระเรียนจะมาเรียงตัวกันด้วยความสงสาร เป็นสะพานฉวีเฉียว (鵲橋)
ข้ามแม่น้ำเพื่อให้คนทั้งสองสามารถข้ามมาพบกันได้ ทำให้จือหนี่และหนิวหลางได้มาพบกันในวันที่ 7 เดือน 7 ของปี
เพียงวันเดียวเท่านั้น!!!!! ว่ากันว่าถ้ามีฝนตกในคืนนั้นก็คือน้ำตาของหนิวหลางและจือหนี่ที่ร้องไห้ให้กัน



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 กรกฎาคม 2018, 14:41:17 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่