ผู้เขียน หัวข้อ: 7 นางฟ้า (七仙女) Part 1  (อ่าน 403 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 17499
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
7 นางฟ้า (七仙女) Part 1
« เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2018, 11:11:06 »

7 นางฟ้า (七仙女) Part 1



ทั้ง 7 เป็นเทพธิดาขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้ครับ แต่นางฟ้าทั้ง 7 นางก็ไม่ได้ถือกำเนิดมาจากพระแม่ซีหวังหมู่
เพราะเทพไม่สามารถสัมผัสหรือมีสัมพันธ์กันได้อย่างลึกซึ้งเหมือนมนุษย์ที่มีกายหยาบครับ


นางฟ้าทั้ง7 แต่เดิมนั้นเคยเกิดเป็นมนุษย์และชีวิตของแต่ละนางก็ล้วนน่าสงสาร บางองค์กำพร้าพ่อแม่ บางองค์
เกิดในสถานนางโลม บางองค์เคยถูกกลั่นแกล้งต่างๆนานา แต่พวกนางได้บำเพ็ญบารมีและกระทำความดีซึ่งเป็น
สิ่งที่ตรงข้ามกับสถานที่และสภาพแวดล้อมที่พวกนางเกิด ผลบุญของนางทำให้เวลาตายไปได้กลายเป็นเทพธิดา

(เง็กเซียนฮ่องเต้กับพระแม่เกิดความเมตตา ทรงโปรดรับเป็นพระราชธิดาแห่งพระองค์)

มีบางตำราว่า 7 นางฟ้าก็คือ กลุ่มดาวลูกไก่ด้วย!!!



นางฟ้าแต่ละองค์นั้นมีหน้าที่ต่างกันออกไปครับ บางองค์ปั่นปุยเมฆในท้องฟ้า บางองค์มีหน้าที่โปรยหิมะ และพวกนาง
มีหน้าที่หลักที่ต้องกระทำก็คือ เก็บผลท้อในสวนแห่งสวรรค์เพื่อไปใช้ในงานเลี้ยงเหล่าเทพเจ้าและเซียนในงานเลี้ยง
ลูกท้อของเจ้าแม่ซีหวังหมู่นั่นเอง

สำหรับเรื่องของ 7 นางฟ้าที่เราทราบกันดีก็คงเป็นเรื่องของ "จื่อหนี่" น้องคนสุดท้าย ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ
เทศกาลชีซี (七夕) หรือวันไหว้วันที่ 7 เดือน 7 ครับ




วันระลึก 7 นางฟ้า วันที่ 7 เดือน 7 จีน (七初日七月) เจ็ดนางฟ้า (七夕)เป็นตำนานปรัมปราของจีนว่าด้วยงาน
ประเพณีใน วันที่ 7 เดือน 7 (จีน: 七夕; พินอิน: qī xī; แปลว่า ราตรีแห่งเลขเจ็ด) ตามปฏิทินแบบจีน เป็นที่มา
ของประเพณี ทานาบาตะ ในญี่ปุ่น และประเพณี Chilseok (칠석) ในเกาหลี ซึ่งมีการโยงตำนานนี้กับสถานที่
ในภูเขาคึมกังซาน (ภูเขาเพชร) ที่ว่ากันว่าเป็นจุดที่นางฟ้าลงมาเล่นน้ำด้วย


เทศกาลวันดังกล่าวเปรียบได้ว่าเป็นวันแห่งความรักในประเพณีจีน ช่วงเวลาแห่งประเพณีนี้คือเมื่อดวงดาวในสามเหลี่ยม
ฤดูร้อนโคจรขึ้นสูงเหนือศีรษะ ดาวสำคัญในสามเหลี่ยมฤดูร้อนที่เกี่ยวข้องกับตำนานนี้ คือดาวอัลแทร์ และดาวเวกา
นักวิชาการส่วนหนึ่งเชื่อว่า ตำนานเจ็ดนางฟ้าของจีนนี้ (ซึ่งเล่าขานกันในเกาหลี เวียดนาม และญี่ปุ่นด้วย)



สามารถสืบกันได้กับนิทานเรื่องพระสุธนมโนห์รา ซึ่งเล่ากันแพร่หลายในไทย ลาว และอินโดนีเซีย โดยมีแก่นเรื่อง
คล้ายคลึงกันและทำให้เห็นได้ว่า น่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน กล่าวคือ เป็นเรื่องของผู้หญิงเจ็ดคน (หรือแปดคน
ในตำนานบางฉบับของเกาหลี) ที่มีความสามารถมากกว่ามนุษย์ คือ บินได้ด้วยเครื่องช่วยบางอย่าง (ปีกและหางของกินรี
และอาภรณ์เทพธิดาของนางฟ้าทั้งเจ็ด) ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อเล่นน้ำ


น้องสาวคนเล็กสุดและสวยที่สุดของนางเหล่านี้ถูกมนุษย์ผู้ชายจับได้และยึดอุปกรณ์ช่วยบินไว้ (ในบางตำนาน ผู้จับได้
เป็นตัวพระเอกเอง บางตำนานเป็นนายพรานซึ่งนำไปถวายพระเอกที่เป็นเจ้าเหนือหัวของตน) นางเอกจึงยอมแต่งงาน
กับมนุษย์ แต่ต่อมามีเหตุให้นางเอกต้องใช้อุปกรณ์ทิพย์บินหนีจากโลกมนุษย์คืนไปสู่ถิ่นเดิมของนาง และพระเอก
ต้องเริ่มต้นผจญภัยเพื่อตามหาตัวนางคืน




เรื่องดังกล่าวมีจารึกเป็นภาพสลักไว้ที่ บุโรพุทโธ ในอินโดนีเซีย เนื่องจากเชื่อว่าเป็นอดีตชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า
และพระเถระชาวเชียงใหม่ได้รจนาไว้เป็นภาษาบาลีใน ปัญญาสชาดก ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าแต่งขึ้นระหว่าง
ปี พ.ศ. 2000-2020 ด้วย โดยให้ชื่อเรื่องว่า สุธนชาดก ตำนานเจ็ดนางฟ้า บางครั้งก็เรียกว่า ตำนานรักหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า

เรื่องราวของ 7 นางฟ้านั้นจะเน้นสอนว่า ไม่ว่าเราจะตกอยู่ในความลำบากสักแค่ไหน ให้อดทนไว้แล้วมันจะผ่านไปได้ครับ



นางฟ้าองค์ที่ 1



สมัยก่อนมีขุนนางตงฉินและกังฉินซึ่งทั้งสองบ้านอยู่ใกล้กัน ขุนนางตงฉินนั้นมีภรรยาและลูกสาวลูกชายอย่างละ 1 คน
และมักโดนขุนนางกังฉินใส่ความอยู่เป็นประจำ วันหนึ่งลูกชายของขุนนางตงฉินเล่นว่าวอยู่ในสวนบ้านตัวเอง พร้อมๆกับ
บ่าวของขุนนางกังฉินที่เล่นว่าวบนดาดฟ้าของบ้านนั้น ด้านบ่าวของขุนนางกังฉินพลาดท่าตกลงมาตายเอง แต่ขุนนางกังฉิน
ก็ใส่ความว่าลูกของขุนนางตงฉินนั้นเป็นเหตุพร้อมทั้งให้ลงโทษด้วยการฝังทั้งเป็นพร้อมกับบ่าวของเค้า

(คือสมัยนั้นขุนนางกังฉินเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้มาก เลยมีอำนาจสูง)

ฝ่ายลูกชายก็ถูกจับนอนในโลงศพ และมีขบวนคนนำไปฝัง แต่สวรรค์คุ้มครอง เกิดเป็นลมพายุพัดทั้งขบวนตกลงไปในเหว
ตายหมดยกเว้นลูกชายขุนนางตงฉินที่รอดมาได้ ฝ่ายลูกชายพอรอดมาก็กลัวที่จะกลับไปอีกจึงสร้างกระท่อมอาศัยในป่าลึกแทน
แต่ทุกครั้งที่คิดถึงครอบครัวก็จะสวดภาวนาคำที่แม่เคยสอนไว้ว่า “นะโมพุทธะ” ต่อหน้ารูปวาดพ่อแม่ตัวเองที่วาดเองบนผนังถ้ำ
และประทังชีวิตด้วยการเก็บพืชสมุนไพรไปขอแลกอาหารจากนายพราน

ฝ่ายพ่อพอคิดว่าลูกชายของตนเองนั้นตาย ก็ลาออกและเดินทางกลับบ้านเกิด ระหว่างทางก็ยังไม่วายโดนปลอมแปลงราชการ
ให้เนรเทศสองผัวเมียไปอยู่ที่ชายแดน ทิ้งให้ลูกสาวที่เหลืออยู่คนเดียวรับชะตากรรม ฝ่ายลูกสาว (ตอนนั้นก็อายุประมาณ 12-13 ปี)
ก็โดนโบยจนเกือบพิการ และถูกหลอกขายให้ไปเป็นคนรับใช้ของหลานชายขุนนางกังฉินอีก ชีวิตของนางตอนนั้นน่าสงสารมากๆ

ตอนแรกขุนนางกังฉินนั้นไม่มีลูก เลยคิดจะให้หลานคนนี้สืบสกุลแทน หลานก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะรับมรดกจากอา แต่...ขุนนางกังฉิน
ดันมามีลูกสืบสกุลเองตอนแก่ หลานชายผิดหวังมากจึงวางแผนกับภรรยาว่า พอถึงวันไหว้พระจันทร์ตอนที่คนกำลังสนุกสนาน
จะขโมยลูกทารกของอาไปทิ้งที่ไกลๆ

แต่แผนนี้ดันถูกสาวใช้ (ลูกสาวขุนนางตงฉิน) รู้เข้า และนางก็เกิดมีความเมตตาจึงตามไปเก็บทารกและหนีเข้าไปในป่าลึก
ฝ่ายขุนนางกังฉินรู้เรื่องก็ให้คนออกตามหาลูกตัวเอง ฝ่ายภรรยาของหลานก็กลัวว่าจะถูกจับได้จึงโยนความผิดให้สาวใช้
(ลูกสาวขุนนางตงฉิน) ที่ไม่ได้อยู่ที่บ้านในตอนนั้นพอดี (คือฝ่ายภรรยากลัวว่าสาวใช้แอบรู้แผนตัวเอง เลยกะว่าจะป้าย
ความผิดเพื่อปิดปาก)

ฝ่ายสาวใช้เมื่อหนีเข้าป่าลึกก็หานมสุนักป่าและน้ำจากน้ำพุมาเลี้ยงทารกน้อย ทหารและคนรับใช้ของขุนนางกังฉินจึงหาตัวไม่เจอ
และประทังชีวิตด้วยการเก็บผลไม้ป่ากินเอง วันนึงระหว่างที่ฝ่ายลูกชายเก็บสมุนไพรอยู่นั้นก็เห็นหญิงสาวอุ้มทารกจึงเข้าไปสอบถาม
และได้รู้ความจริงว่าเป็นน้องสาวของตน จึงพาไปสร้างกระท่อมอยู่ใกล้ๆกัน เรื่องนี้แพร่สะพัดจากหมู่นายพรานที่เห็นถึงความผิดปกติ
ไปถึงหูของขุนนางกังฉิน ขุนนางกังฉินจึงส่งคนมาจับและลงโทษด้วยการแขวนคอ สองพี่น้องก็นึกถึงคำสอนของแม่ว่า

“ไม่โกรธแค้น หรือแก่งแย่งกับใคร”

จึงไม่มีความหวาดกลัวและท่องนะโมพุทธะตลอดในตอนที่ถูกแขวนคอ ทันใดนั้นก็เกิดพายุพัดกระหน่ำทำให้เชือกขาด
และทั้งคู่ก็บรรลุเป็นเซียน




นางฟ้าองค์ที่  2



มีครอบครัวที่ร่ำรวยครอบครัวนึง ครอบครัวนี้มีลูกสาว และลูกสาวคนนี้ชอบห้อยกวนอิมหยกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษตลอดเวลา
วันนึงเกิดสงครามกลางเมือง ฝ่ายแม่ได้เสียชีวิตลงตอนชุลมุน ฝ่ายพ่อจึงพาลูกสาวหนีไปที่อื่นและเสียชีวิตกลางทางอีกคน
ลูกสาววัย 8 ในตอนนั้นก็ได้เดินเร่ขายตัวเองเพื่อที่จะเอาเงินมาทำศพพ่อ แต่ก็ไม่มีใครซื้อเพราะยังอยู่ในภาวะสงคราม เด็กน้อย
เลยไปขายตัวเองให้หอนางโลมโดยมีสัญญาการทำงานอยู่ห้าปี เธอเป็นเด็กที่ฉลาดและเรียนรู้เร็ว ทำให้ฝีมือการร้องรำทำเพลง
พัฒนาขึ้นรวดเร็วทำให้ได้เงินรางวัลมาเยอะมากๆ เธอชอบนำเงินที่ได้เหล่านั้นไปช่วยเหลือคนยากไร้เพื่อสร้างกุศล


ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกครอบครัวนึง มีพี่น้องสองคน (ผู้ชายทั้งสอง) คนน้องนั้นเป็นลูกติดมาจากแม่เลี้ยง เป็นคนโหดร้าย
และชอบหาเรื่องรังแกคนพี่ มีครั้งนึงก็ใส่ร้ายพี่และโบยจนคนพี่มือขวาพิการทำให้ไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้อีกและต้องมา
คอยรับใช้คนน้อง วันนึงคนน้องนั้นเดินทางเข้าไปสอบจอหงวนในเมืองหลวงพร้อมด้วยคนรับใช้ที่เป็นพี่ตัวเอง แต่...คนน้อง
ไม่สนใจอะไรเลย เอาแต่เที่ยวหอนางโลม (ที่เด็กสาวตอนต้นเรื่องทำงาน)

นางเห็นว่ามันไม่ยุติธรรมเลยที่คนพี่ไม่ได้เรียนและคนน้องก็ใช้เงินแบบล้างผลาญ จึงแอบเอาเงินตัวเองให้คนพี่ไปเรียนพร้อม
อ้างว่าทางครอบครัวนั้นส่งเงินมาให้เรียน คนพี่ก็ได้เรียนและพัฒนาคนเอง ส่วนคนน้องก็เที่ยวเตร่และตกต่ำลงเรื่อยๆ
พอครบกำหนดห้าปีเด็กสาวคนนั้นก็ได้ออกจากหอนางโลมและไปอาศัยอยู่ที่วัด แม่ชีเห็นว่าเธอนั้นขยันและฉลาดจึง
ตั้งให้เธอเป็นผู้ดูแลวัด และแล้วเด็กพิการที่ได้โอกาสเรียนก็สอบชิงตำแหน่งจอหงวนได้ พอหญิงสาวรู้เรื่องก็กลัวว่าจอหงวน
คนนี้สักวันต้องรู้เรื่องทุกอย่างและต้องตามมาตอบแทนเธอที่วัดแน่ๆ จึงออกจากวัดไปบำเพ็ญเพียรตามป่าเขาแทน

ฝ่ายจอหงวนพิการ ก็กลับบ้านไปขอบคุณแม่เลี้ยงที่อุตสาห์ส่งเสียจนตนเองได้เป็นจอหงวน แม่เลี้ยงนั้นรู้สึกละอายใจมาก
จึงหนีออกจากบ้านไป นางมีสีหน้าเศร้าหมองมากและคิดจะฆ่าตัวตาย ระหว่างทางในป่าก็ได้พบกับหญิงสาวที่ออกจากวัด
มาบำเพ็ญเพียร พอได้คุยกันก็ได้ทราบเรื่องกันทั้งหมด หญิงสาวก็ปลอบให้กำลังแม่เลี้ยงคนนั้นจนนางดีขึ้น และได้มอบ
กวนอิมหยกที่ห้อยคอให้กับแม่เลี้ยง ด้วยน้ำใจอันดีงามของเธอเจ้าแม่กวนอิมก็ปรากฎตัวขึ้นและพาเธอขึ้นสวรรค์ทันที


นางฟ้าองค์ที่  3



มีครอบครัวนึงฝ่ายสามีเป็นคนเชือดหมูขาย ฝ่ายภรรยาเป็นคนใจดีถือศีลกินเจไหว้พระไหว้เจ้า ครอบครัวนี้มีลูกสาวด้วยหนึ่งคน
ภรรยาเคยเตือนสามีเสมอให้เปลี่ยนอาชีพแต่สามีไม่เคยทำตามเลย พอภรรยาเสียชีวิตลงลูกสาวที่ตอนนั้นอายุสามขวบ
ยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ได้แต่ถามพ่อตัวเองว่า “แม่อยู่ไหนๆ?”


พ่อก็ได้แต่ปลอบว่า แม่ไปเยี่ยมญาติยังไม่กลับ แต่ในใจก็นึกถึงคำขอร้องให้เปลี่ยนอาชีพของภรรยาตัวเองตลอด เค้าจึง
เปลี่ยนอาชีพ แต่...ก็หางานที่เหมาะสมกับตัวเองไม่ได้ ฐานะความเป็นอยู่ก็แย่ลงเรื่อยๆ จนตรอมใจและป่วยหนัก ลูกสาว
ที่ไม่รู้อะไรเลยก็ได้แต่นั่งนั่งร้องไห้ใต้ต้นองุ่นเพื่อให้สวรรค์มอบองุ่นให้พ่อตนเองกินบ้าง แต่ตอนนั้นเป็นฤดูหนาวหิมะตกหนามาก
ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่องุ่นจะออกลูก แต่สวรรค์ก็ประทานองุ่นให้ตกลงตรงหน้าเด็กหญิงคนนั้น เด็กหญิงเลยเก็บองุ่น
ไปให้พ่อตัวเองกิน พ่อตัวเองก็หายป่วยเป็นปลิดทิ้ง แต่ในใจก็ยังคงคิดถึงแม่ตัวเองอยู่

วันนึงเด็กหญิงได้ออกไปเดินเล่นข้างนอก เห็นชายชรานอนป่วยร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่ข้างถนน (เป็นเทพแปลงร่างลงมา)
เด็กหญิงจึงกลับไปนั่งภาวนาใต้ต้นองุ่น และก็มีองุ่นตกลงมาอีก เด็กหญิงดีใจรีบเอาองุ่นไปให้ชายชรากิน ชายชราเห็นว่า
เด็กคนนี้เป็นคนดีจึงสอนบำเพ็ญเพียร และพาเธอไปบำเพ็ญเพียรบนเขาจนบรรลุมรรคผลขึ้นสวรรค์ไป เหลือแต่เพียงแขน
ที่มีไฝสามเม็ดไว้ พอพ่อตัวเองมาตามก็เห็นเพียงแค่นั้นก็รู้ว่าลูกตนเองได้สำเร็จเป็นเซียนไปแล้ว

หลังจากขึ้นสวรรค์นางก็มาช่วยพ่อและแม่นางขึ้นไปสวรรค์เช่นกัน นอกจากนี้นางยังลงมาช่วยรักษาโรคให้คนบนโลกมนุษย์ด้วย


นางฟ้าองค์ที่  4



มีครอบครัวนึงได้ให้กำเนิดลูกสาว ตอนเกิดนั้นมีกลิ่นหอมตลบอบอวนทั่วห้องไปหมด (อันนี้เป็นสัญญาณว่ามีนางฟ้ามาเกิด)
เด็กคนนี้ได้ชื่อว่าเซียนเอ๋อ พออายุได้ 2 ขวบ ร่างกายของนางก็อ่อนแอ แม้ว่าพ่อแม่จะหาหมอมารักษาจากทั่วสารทิศก็ไม่หาย
พอโตขึ้นมาเธอชอบกินแต่อาหารเจ ไม่กินเนื้อสัตว์อะไรเลย ถ้าอาหารปนถูกเนื้อเพียงเล็กน้อย เธอก็จะอาเจียนออกมา


วันนึงเกิดน้ำท่วม ครอบครัวเธอถูกน้ำพัดพาไปคนละทิศคนละทาง แต่เธอได้ถูกชายชราชาวประมงช่วยไว้และรับเธอเป็นลูกบุญธรรม
ทุกๆครั้งเวลาที่จับปลามาได้ก็พบว่าหายไปจำนวนมาก จึงได้ถามลูกสาวบุญธรรมตัวเอง เซียนเอ๋อก็ร้องไห้ยอมรับว่าเอาไปปล่อย
และยังขอร้องว่าพ่ออายุแก่มากแล้วให้เลิกทำอาชีพนี้ แล้วตนจะหาเลี้ยงพ่อบุญธรรมเอง

วันนึงพ่อบุญธรรมเป็นแผลมีหนองที่หลัง แต่ด้วยความที่ยากจนเลยไม่มีเงินไปหาหมอ เซียนเอ๋อจึงใช้วิธีที่แม่ตัวเองเคยทำให้
ตอนเด็กๆคือใช้ปากดูดหนองออกจนหมด มาช่วยพ่อบุญธรรมจนหายเป็นปกติ แต่พ่อบุญธรรมก็อายุมากแล้วร่างกายไม่แข็งแรง
ได้แต่นอนบนเตียง เซียนเอ๋อมักไปที่วัดไหว้ขอพรให้พ่อและคอยดูแลปรนนิบัติเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเดินขึ้นไปตรงหัวเรือ
และจุดธูปบนบานเบื้อบนและภาวนาถึงพระโพธิสัตว์กวนอิม

ทันใดนั้นท่านก็มาปรากฎตัวให้เห็น เซียนเอ๋อรีบวิ่งไปที่หัวเรือเพื่อกราบไหว้ แต่ก้าวเท้าพลาดตกลงไปตายในทะเล กายทิพย์
ของเธอนั้นได้กลายเป็นเซียนขึ้นสวรรค์ ศพของเธอถูกงมขึ้นมาและนำไปฝังที่เชิงเขา และก็เกิดเรื่องแปลกขึ้นคือ รอบๆหลุมฝังศพ
ของเธอนั้นมีดอกไม้สวยงามมีกลิ่นหอมขึ้นอยู่รอบๆ ทุกคนเรียกว่าดอกนางฟ้า และพ่อบุญธรรมของเธอก็ได้เอาดอกนางฟ้าไปขาย
ประทังชีวิตจนสิ้นอายุไข
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 กรกฎาคม 2018, 14:27:16 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่