ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานการสร้างโลกและน้ำท่วมโลก ของอินเดีย  (อ่าน 443 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 17738
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

ตำนานการสร้างโลกและน้ำท่วมโลก ของอินเดีย

ความรู้เกี่ยวกับตำนานที่ว่าด้วยการสร้างจักรวาลและโลก จะพบได้ทั่วไปไม่เพียงแต่ในชาติที่มีอารยธรรมเท่านั้น
ส่วนมากจะเริ่มต้นด้วยการสร้างธรรมชาติก่อน แล้วจึงตามมาด้วยการสร้างเทพเจ้าและมนุษย์ ในปัจจุบันโลก
ยังเล่าขานตำนานการสร้างโลกและมนุษย์ ในปัจจุบันโลกยังเล่าขานตำนานการสร้างโลกและมนุษย์ตามความเชื่อ
ของชนชาติต่าง ๆ

การสร้างโลกตามตำนานอินเดีย



ในคัมภีร์ ปัทมปุราณะ กล่าวไว้ว่าเดิมมีพระเป็นเจ้าองค์เดียวคือ พระพรหม ที่เรียกว่า พระอาตมภู (พระผู้เกิดเอง)
พระพรหมเป็นผู้สร้างโลกโดยการสร้างน้ำขึ้นก่อน แล้วหว่านเชื้อพันธุ์ของพระองค์ลงไปในน้ำ เกิดเป็นไข่ทอง
พระองค์เข้าไปอยู่ในไข่ ๑ ปี แล้วออกจากไข่มาเป็นพระพรหมาปิตามหา ผู้สร้างโลก เหตุที่มีกำเนิดในไข่ทอง
พระพรหมจึงได้ชื่อว่า หิรันยครรภ อีกด้วย

พระพรหมแบ่งภาคเป็น 3 ภาค หรือ ตรีมูรติ ซึ่งประกอบด้วย พระผู้สร้าง พระผู้บริหาร และพระผู้สังหาร คือ
พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ นั่นเอง ตำนานฮินดูแบ่งเวลาออกเป็น ๔ ยุค

ยุคแรกคือ กฤตะยุค ซึ่งยาวนาน ๔,๘๐๐ ปีสวรรค์ หรือ ๑,๗๒๘,๐๐๐ ปี มนุษย์
ยุคที่ ๒ คือ ไตรดายุค ยาวนาน ๓,๖๐๐ ปีสวรรค์ หรือ ๑,๒๙๖,๐๐๐ ปีมนุษย์
ยุคที่ ๓ คือ ทวาบรยุค ยาวนาน ๒,๔๐๐ ปีมนุษย์ หรือ ๘๖๔,๐๐๐ ปีมนุษย์
ยุคที่ ๔ คือ กลียุค ยาวนาน ๑,๒๐๐ ปีสวรรค์ หรือ ๔๓๒,๐๐๐ ปีมนุษย์




๔ ยุครวมกันเป็น ๑ มหายุค หรือ ๔,๓๒๐,๐๐๐ ปีมนุษย์ ๑,๐๐๐ มหายุคเป็น ๑ วัน ของพระพรหม กลางคืน
ก็ยาวเท่ากัน วันของพระพรหมเรียกว่า กัลป์ ใน ๑ กัลป์ มีพระมนูบังเกิด ๑๔ องค์ พระมนูมีหน้าที่สร้างมนุษย์
ซึ่งแปลว่า "ผู้เกิดจากมนู" นั่นเอง


น้ำท่วมโลกในตำนานอินเดีย

เรื่องราวมีอยู่ว่า......เมื่อครั้งโลกมนุษย์สิ้นยุคไปหนึ่งชั่วกัลป์ พระพรหมทรงสร้างโลกใหม่ขึ้น หลังเสร็จสิ้นภาระกิจ พระพรหม
จึงเสด็จเข้าบรรทมด้วยความเหนื่อยล้า ในระหว่างนั้นคัมภีร์พระเวททั้ง 4ประกอบด้วย ฤคเวท สามเวท  ยชุรเวท และอาถรรพเวท
ก็ไหลออกจากปากพระพรหม ตกลงสู่ท้องมหาสมุทร




มีอสูรอยู่ตนหนึ่งชื่อว่า “หัยครีพ” หรือ "สังขอสูร" (หอยสังข์ยักษ์) ที่ปกติอาศัยอยู่ใต้ท้องมหาสมุทร คอยจับสัตว์น้ำกินเป็นอาหาร
เมื่อเห็นภัมภีร์พระเวทตกลงมาจากสวรรค์ อสูรหัยครีพจึงตัดสินใจโผล่ขึ้นมาฮุบกลืนคัมภีร์พระเวท แล้วนำความรู้ของมวลมนุษย์
ดำดิ่งสู่ใต้ท้องทะเล

เมื่อใดที่พระพรหมเข้าสู่บรรทม เมื่อนั้นโลกก็เข้าสู่ความมืดมน อนธการ น้ำจะท่วมโลก สิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะสูญสิ้นเผ่าพันธ์ุ
(เพิ่งสร้างโลกใหม่แล้วแท้ๆ สงสัยต้องการจะล้างมนุษย์ชั่วๆทิ้งไปก็เป็นได้) ช่วงที่พระพรหมหลับไหล หรือที่เรียกว่า พรหมราตรี
จะกินเวลายาวนาน 4,320 ล้านปี


พระนายณ์ด้วยเมตตามวลมนุษย์ จึงทรงอวตารแบ่งภาคลงมาเกิดเป็น ลูกปลากรายสีทอง (บ้างก็ว่า มีเขาบนหัวด้วย)
ปลาน้อยตัวนี้ชื่อว่า สัปพลิ (่ สัป -พะ-ลิ)




เมื่อนั้นมีพระราชาสืบเชื้อมาทางสาย สุริยะวงศ์ ครองกรุงอโยธยา พระนามว่า “พระสัตยพรต” ราชาองค์นี้ฝักใฝ่ในธรรมะยิ่ง
ไม่เสวยสิ่งมีชีวิตใดๆ จะเสวยก็เพียงแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว

วันนึงขณะที่ท้าวสัตยพรต เสด็จไปชำระบาปที่ริมน้ำกฤตะมาลา ขณะที่พระองค์วักน้ำขึ้นมาชำระร่างกาย ก็ติดปลาตัวน้อย สัปพลิ
ขึ้นมาในอุ้งมือ ปลาน้อยขอให้พระราชาสัตยพรตช่วยชีวิต ด้วยในแม่น้ำตนอาจถูกปลาตัวใหญ่กินไปก็ได้ พระราชาจึงเมตตา
นำปลาน้อยสัปพลิไปเลี้ยงในพระราชวัง

เมื่อถึงพระราชวัง ท้าวสัตยพรตก็ทรงนำปลาน้อยสัปพลิไปเลี้ยงไว้ใน หม้อ เมื่อเวลาผ่านไป 1 คืน ปลาน้อยเติบโตจนตัวใหญ่คับหม้อ
พระราชาจึงย้ายปลาน้อยไปเลี้ยงไว้ใน อ่าง ผ่านไปอีก 1 คืน ปลาสัปพลิก็โตเต็มอ่างอีก จึงต้องย้ายไปเลี้ยงไว้ใน สระน้ำ ผ่านไป
อีก 1 คืน ปลาสัปพลิก็โตเต็มสระอีก จึงต้องย้ายไปเลี้ยงไว้ที่ทะเลสาป ผ่านอีก 1 คืน ก็โตเต็มทะเลสาปอีก ท้ายที่สุดพระราชาสัตยพรต
ก็ทรงนำไปปล่อยที่ มหาสมุทร

จากนั้นพระราชาสัตยพรตก็ทรงทำพิธีบูชาปลาสัปพลิด้วยความเคารพอย่างต่อเนื่อง ด้วยคิดว่าปลาสัปพลินี้ คงไม่ใช่ปลาธรรมดาเป็นแน่

เมื่อทดสอบศีลธรรม ความเมตตาปราณี ของท้าวสัตยพรตจนเป็นที่พอใจแล้ว พระนารายณ์หรือปลาสัปพลิ จึงกล่าวความลับต่อพระราชา
ว่าในอีกไม่นาน จะเกิดน้ำท่วมโลก ชีวิตทั้งหลายในโลกกำลังจะพินาศ  พระนารายณ์แนะนำทางรอดให้ท้าวสัตยพรต ด้วยการให้พระองค์
ต่อเรือลำใหญ่  แล้วอัญเชิญพระฤาษีระดับสูง 7 ตน มนุษย์บางกลุ่ม พร้อมต้นไม้นานาพรรณ และสิงสาราสัตว์อีกอย่างละ 1 คู่ ขึ้นเรือ
เพื่อให้รอดจากวิบัติภัยในครั้งนี้




ครั้นถึงเวลาที่พระพรหมหลับสนิท เมื่อนั้นท้องฟ้าก็มืดมิดสิ้นแสง เกิดพายุฝนอย่างรุนแรง ท้าวสัตยพรตและหมู่มวลบริวารจึงพากัน
อพยพขึ้นเรือ หลังจากนั้นเพียงนานก็เกิดคลื่นน้ำขนาดยักษ์กลืนทุกสรรพสิ่งไปไว้ใต้บาดาล


ท้าวสัตยพรตที่อยู่บนเรือ พระองค์ทรงเห็นซากศพสิ่งมีชีวิตลอยเต็มไปหมดทั่วพื้นน้ำ ก็ทรงเสียใจอย่างยิ่ง เหล่าฤๅษีเลยต้องเตือนสติ
ให้ภาวนาถึงพระนารายณ์เข้าไว้

ขณะนั้นปลาสัปพลิก็ปรากฏกายขึ้นข้างเรือ พร้อมทั้งกล่าวให้ท้าวสัตยพรตนำพญานาคตนหนึ่งไปผูกไว้กับหัวเรือและส่วนเขาของตน
จากนั้นปลาสัปพลิก็ลากเรือไปหลบไว้ในที่ปลอดภัย ท้าวสัตพรต และฤาษีทั้ง 7 พร้อมด้วยบริวาร ต่างพากันสรรเสริญพระนารายณ์
ด้วยการพร่ำสวดชื่อทั้ง 1000 พระนามของพระนารายณ์เป็นการบูชา




เมื่อกาลผ่านไป 4,320 ล้านปี  พระพรหมก็ทรงตื่นจากบรรทม หมดสิ้นช่วงพรหมราตรี เข่าสู่ พรหมทิวา ทุกอย่างบนโลกก็กลับมาเป็น
ปกติดังเดิม พระราชาสัตยพรตและบริวารก็พากันอพยพลงจากเรือสู่พื้นแผ่นดิน เริ่มต้นยุคใหม่ โดยมีพระนารายณ์อำนวยอวยพรให้
ครองโลกด้วยความผาสุข

จากนั้น พญาปลาสัปพลิก็ดำดิ่งสู่ใต้ท้องมหาสมุทร เพื่อนำคัมภีร์พระเวทที่อสูรหัยครีพนำไปซ่อนไว้คืนแก่พระพรหม

พอพบอสูรหัยครีพ  ทั้งสองก็ตรงเข้าต่อสู้กัน อสูรหัยครีพเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแปลงคืนร่างเดิมเป็นหอยสังข์ยักษ์  พญาปลาสัปพลิ
จึงตรงเข้าไปกัดฉีกท้อง จนอสูรหัยครีพสิ้นใจตาย  นำคัมภีร์พระเวททั้ง 4 ไปคืนแก่พระพรหมได้สำเร็จ แล้วจึงเสด็จกลับทะเล
ไวกูณฐ์ที่ประทับของพระองค์..........



ด้วยเหตุที่สังขอสูร หรือ หัยครีพ ได้กลืนคัมภีร์พระเวทไปไว้ในท้อง หอยสังข์จึงถือเป็นสิ่งมงคลที่นิยมนำมาใช้ประกอบพิธีต่างๆ
ของศาสนาพราหมณ์ หรือฮินดู และยังมีร่องรอยการโดนฉีกบริเวณท้องมาถึงกาลปัจจุบัน



ที่มา  :  http://www.thaienv.com/content/view/609/39/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 พฤษภาคม 2018, 15:30:49 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่