ผู้เขียน หัวข้อ: เซ็กซ์พิสดารพันลึกของเหล่าทวยเทพในตำนาน  (อ่าน 491 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 17491
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

เซ็กซ์พิสดารพันลึกของเหล่าทวยเทพในตำนาน
cr.gqthailand.com



คุณคิดว่าเด็กสมัยนี้ใจแตกเหลวแหลกสุดๆ แล้วใช่ไหม...? เด็กใจแตกวันนี้พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะคิดแบบเดียวกันนี้
กับลูกหลานของพวกเขาเช่นกัน แต่เราจะบอกอะไรให้ว่า การร่วมเพศที่พิสดารที่สุดในสามโลกนี้ ก็เห็นจะไม่มีใคร
เกินเซ็กซ์ในตำนานยุคแรกๆ แห่งมวลมนุษย์และเหล่าทวยเทพอีกแล้ว


เชื่อไหมว่า บรรพบุรุษของบรรพบุรุษของบรรพบุรุษของเราอีกทีน่ะ เขาจัดหนักกันจนถึงขั้น ชวนให้คิดว่ามันทำจริง
ขนาดนั้นเลยเหรอวะเนี่ย เพราะจากตำนานหลายชาติหลายภาษา ที่อยู่ห่างกันครึ่งค่อนโลกนั้น กลับมีตำนานเรื่อง
ลามกพิสดารพันลึกคล้ายๆกันอยู่ไม่น้อย มาลองอ่านกันดูนะ
 


1. แปลงกายไปเล่นชู้



เรื่องแนวๆนี้หลายคนถ้ายังไม่คืนความรู้ครูไปคงพอจำได้เลาๆ เกี่ยวกับเรื่องราคะของเจ้าหนุมาน ทหารเอกของพระราม
เผื่อใครลืมไปแล้วว่า หนุมานนั้นเป็นลิงที่เก่งและเจ้าชู้มาก เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจในทะเล ก็เลยพลอยไปได้เสีย
กับนางสุพรรณมัจฉาซึ่งเป็นครึ่งคนครึ่งปลา นางเงือกสุพรรณมัจฉานี่ก็เป็นลูกที่เกิดจากการที่ทศกัณฐ์แปลงกายเป็นปลา
แล้วไปร่วมเพศกับปลา


ถ้าเป็นแนวนางเงือกเซ็กซี่นั้นพอเข้าใจได้ แต่เมื่อคิดว่าเราจะมองปลาจริงๆ แล้วเกิดอารมณ์ได้เนี่ย โคตรจิตเลยลวกเพ่
เมื่อโตขึ้นก็ได้รู้ว่าการแปลงร่างเป็นสัตว์ เพื่อไปสมสู่กับสัตว์อื่นหรือเมียคนอื่นไม่ใช่แค่ที่เราเรียน วัฒนธรรมเขาก็ทำกัน
อย่าง เทพเจ้าซุสเทพสายฟ้าชื่อดกัง ก็ถือว่าเป็นเทพที่ชอบไปทำเพรื่องพรรณนี้อยู่เป็นอาจิณ ท่านเทพได้สร้างวีรกรรม
ด้วยการแปลงร่างเป็นหงส์ ลงไปสมสู่กับมนุษย์สาวชื่อ เลดา ราชินีแห่งสปาร์ตา ก่อนที่นางจะให้กำเนิดลูกในรูปของการ
วางไข่ หรือ ตอนอยากได้แม่สาวยูโรปาเป็นเมีย ซุสก็ปลอมเป็นวัวให้นางขี่เล่นจนติดใจ



จากตำนานเหล่านี้คนโบราณนั้นคงเชื่อว่า ทุกสิ่งในโลกสามารถร่วมเพศกันได้ ไม่ว่าจะสายพันธุ์เดียวกันหรือไม่ก็ตาม
หรือแม้แต่บางทีจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตก็ร่วมเพศด้วยได้ อย่างเช่น...ครั้งหนึ่งซุสเคยแปลงกายเป็นสายฝนทองคำ เพราะต้องการ
ร่วมเพศกับหญิงคนหนึ่ง ซึ่งถูกพ่อขังไว้ไม่ให้เจอใคร แต่ก็ไม่วายตั้งท้องจนได้กับสายฝน
(แบบนี้ก็ได้เหรอ...?)



2. รสนิยมไม้ป่าเดียวกัน

อีกวีรกรรมเด็ดของซุสคือตอนแปลงกายเป็นนกอินทรี ฟังดูธรรมดาๆ แต่ที่เด็ดคือเพื่อลงไปลักพาตัวเด็กหนุ่มละอ่อนชื่อ แกนิมีด
มากักตัวไว้ให้เป็นคนถือถ้วย และเป็น "ทาสเซ็กซ์" ของตัวเองบนยอดเขาโอลิมปัส แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้เทพีเฮรา เมียซุส
หึงไม่ต่างจากตอนเขาไปได้เสียกับเหล่าหญิงสาวชาวโลก




จากเรื่องนี้ก็ทำให้เข้าใจกันได้ว่าโลกแห่งเทพเจ้านั้นเป็นโลกของชาว LGBT มิใช่น้อย ใช่ว่าเรื่องลวนลามทางเพศแบบนี้
จะเกิดแค่กับผู้หญิงเท่านั้น เพราะมันไม่เกี่ยวกับเพศแต่อย่างใด มันเกี่ยวกับความใคร่ล้วนๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในระดับไหน
ทุกสิ่งและทุกเพศที่มีคุณลักษณะน่าหลงใหล เหล่าทวยเทพจะทำทุกอย่างตามกิเลสตัณหา ความพึงพอใจของตัวเองเท่านั้น
อย่างที่ แกนิมีด เด็กหนุ่มรูปงามต้องพบเจอ (หลังจากซุสจับมาเป็นนายบำเรอได้ไม่นานก็ถูกเทพีอิออสฉกตัวไปทำผัวอีกต่อ)


 
ส่วนเทพเจ้าชาวเหนืออย่าง Loki นั้นยิ่งฟรีเซ็กส์กว่า เพราะเขาสามารถสลับเพศไปมาได้ ฉะนั้นเขาจึงมีทั้งเมียและผัว
ในเวลาเดียวกันได้อย่างเปิดเผย แถมตอนเป็นผู้หญิงก็ยังให้กำเนิดลูกหลานได้อีก นอกจากนี้ยังสามารถจำแลงเป็นม้า
แมลง และปลาแซลมอนได้ด้วย เกิดชาติหนึ่งคุ้มยิ่งนัก

ไม่ใช่แค่นิยายนะ เรื่องแนวไม้ป่าเดียวกันเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ก็มีอยู่นับไม่ถ้วน อย่าง จักรพรรดิโรมันนามเฮเดรียน
ที่หลงรักเด็กหนุ่มรูปงามชื่อแอนตินุสแบบหัวปักหัวปำ หนามหยอกอกจักรพรรดินีซาบินาตลอดเวลาหลายปี กระทั่งแอนตินุส
จมน้ำตายไม่ว่าจะอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าเฮเดรียนเสียใจมาก จนถึงกับสร้างเมืองในนามของแอนตินุส
และบัญชาให้เหล่าช่างปั้นรูปปั้นของเด็กหนุ่มขึ้นมามากมาย

 


3. เครื่องเพศในฐานะวัตถุบูชา

[
 
แม้เราจะโตมากับวัฒนธรรมการชูนิ้วกลางเวลาไม่สบอารมณ์ใคร แต่คุณคงพอรู้ว่าก่อนหน้านี้ ไอ้จ้อนนั้นเคยเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ที่ได้รับการกราบไหว้บูชา ในวัฒนธรรมฮินดูยกให้ลึงค์เป็นตัวแทนพระศิวะ อีกหลายตำนานบ่งชัดว่าเครื่องเพศทั้งหญิง
และชายเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องราวเสมอ ถ้าไม่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ไปเลย ก็จะเป็นคล้ายคำสาปหรือบทลงทัณฑ์
เป็นเรื่องเข้าใจได้ว่าทำไมคนยุคหนึ่งถึงบูชาลึงค์และเรียกมันว่าเจ้าโลก


เหตุผลสำคัญคือมันเป็นอวัยวะที่สร้างมนุษย์ขึ้นมา แต่องคชาตท่อนเดียวโด่เด่ก็เอาไปทำน้ำยาอันใดมิได้ ต้องทำงา
นร่วมกับโยนีของสตรี ทางฮินดูจึงบูชาโยนีร่วมด้วย โยนีถือเป็นตัวแทนของพระแม่ปารวตีและพลังสร้างสรรค์แห่งเพศหญิง
(ว่าแต่ทำไมเราถึงไม่ปั้นรูปพระแม่ แทนที่จะปั้นอวัยวะเพศของท่าน?


 
ส่วนเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของเครื่องเพศที่ชวนช็อกที่สุด ขอยกให้ตำนานแห่งพระอินทร์ละกัน

โดยก่อนจะได้ชื่อว่า "สหัสนัยน์" หรือผู้มีพันตา พระอินทร์เคยมีฉายา "สหัสโยนี" มาก่อน แปลว่าผู้มีพัน...ี (เข้าใจตรงกันนะ)
ครั้งหนึ่งพระอินทร์เคยลักลอบเล่นชู้กับเมียฤาษีโคดม พอโดนจับได้ ฤาษีก็เลยสาปให้มีโยนีนับพันปรากฏอยู่บนกาย
นึกแล้วมันก็น่าสงสารจริงๆ พระอินทร์ได้แต่ซ่อนตัว ไม่กล้าเจอใคร เลยมีการผ่อนโทษให้เบาลง จากช่องคลอดเต็มตัว
กลายเป็นดวงตาแทน

ตำนานฝั่งกรีกไม่น้อยหน้า สำหรับตำนานเครื่องเพศมีฤทธิ์ คุณอาจจะงงว่าเห็นรูปปั้นกรีกกี่ตัวๆ ก็มีกระจู๋จุ๋มจิ๋มราวกับเด็กอ่อน
(ทั้งที่ตามท้องเรื่องแล้วมักจะถูกใช้งานอย่างหนัก) นักวิชาการบอกว่าชาวกรีกโรมันก็แปลกอยู่อย่าง คือแม้เรื่องจะคาวโลกีย์
แค่ไหน แต่จะต้องถ่ายทอดออกมาให้ในรูปที่ดูเบาๆ ใสๆ เหมือนอยู่ในสรวงสวรรค์เสมอ





แต่ธรรมเนียมนี้ก็ต้องยกเว้นให้รูปปั้น "ไพรอาปัส" ไว้สักคน
 
ไพรอาปัส เป็นลูกชายของเทพีอโฟรไดท์ผู้เลอโฉม และคุณนายเฮราเจ้าเก่าก็อิจฉาความสวยของอโฟรไดท์ เลยสาปให้
ลูกชายของนางเกิดมาพร้อมองคชาตใหญ่บึ้ม และแข็งโด่เด่อยู่ตลอดเวลา (ลงที่ลูกเฉยเลย) พูดง่ายๆ ก็คือเขากลายเป็น
นิกกี้ พิ้ม แห่งกรีกโบราณ แหงอยู่แล้วว่าเหล่าเทพจู๋เล็กทั้งหลาย ก็ต้องรับไม่ได้ ขับไล่ไสส่งไพรอาปัสให้ลงมาอยู่ใน
โลกมนุษย์ ไม่บอกก็คงเดาได้ว่าเขาสำราญแค่ไหน

มรดกตกทอดจากไพรอาปัสมาสู่โลกปัจจุบัน คือชื่อโรคไพรอาปิซึ่ม ซึ่งหมายถึงอาการผิดปกติทางอวัยวะเพศชายที่แข็งตัว
ตลอดเวลา ไทยเรียกว่าภาวะองคชาตแข็งค้าง และโปรดอย่าคิดว่าใครเป็นแล้วจะบันเทิงเหมือนไพรอาปัส เขาว่ามัน
เจ็บน่าดูเลย แล้วคุณก็ไม่ได้เกิดอารมณ์ทางเพศสักนิดด้วย ทั้งหมดนี่เป็นแค่เศษเสี้ยวของจินตนาการทางเพศของมนุษย์
ในยุคก่อนกาล นอกจากสะท้อนว่าจินตนาการบรรพบุรุษบรรเจิดและไร้ขีดจำกัดเพียงใด มันยังสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะนิสัย
ของมนุษย์ในอดีตนั้น แทบไม่ได้ต่างจากสัตว์เลย ยิ่งเทพเทวายิ่งแล้วใหญ่ ตัณหากลับกว่ามนุษย์อีก

 




4. วิวัฒนาการทางเพศ


 
ว่ากันว่าโลกเราก็มียุคสมัยที่กำหนดตามหมู่ดาวในทางโหราศาสตร์ โลกบรรพกาลเริ่มต้นยุคแรกที่ราศีเมษ ราศีแรกของ
จักรราศีทั้งปวง ชาวเมษเป็นที่รู้กันว่าอาจมีบุคลิกหลากหลาย แต่ข้างในนั้นไม่เคยเป็นคนบอบบาง เพราะราศีเมษเป็นธาตุไฟ
คือการริเริ่ม คือพลังงานที่มุ่งมั่นและทะลุทะลวง คือการเผาไหม้ ยุคแห่งเมษจึงเป็นยุคแห่งการก่อกำเนิดสรรพสิ่ง
มนุษย์และสัตว์ดิบเถื่อน แข็งแรง เป็นได้ทั้งขุมพลังสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็สามารถเผาไหม้ทำลายตนเอง

 
จากนั้นโลกเราก็เคลื่อนคล้อยผ่านร้อยพันเดือนปีมาจนปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันพวกเราทุกคนอยู่ในยุคแห่งราศีกุมภ์ หรือ
The Age of Aquarius ราศีนี้เป็นตัวแทนของปัญญาอันเป็นสากล ความนับถือในปัจเจก การหยั่งรู้ ตลอดจนความ
วิปริตผิดแผก ความวิปริตของกุมภ์นั้นแตกต่างจากความวิปริตในตำนานโบราณ

โดยตำนานเหล่านั้นเป็นตัวแทนมนุษย์ยุคเมษ ซึ่งผิดเพี้ยนเพราะทดลองทำสิ่งต่างๆ ด้วยความไม่รู้



แต่ความวิปริตของยุคแห่งกุมภ์ นั้นคือ "เพี้ยนเพราะรู้มากไป" ชาวกุมภ์มีลักษณะเด่นเรื่องสติปัญญา
ความคิดเชิงนามธรรม เป็นราศีแห่งอัจฉริยบุคคล พอๆ กับการเป็ฯราศีของพวกคนเพี้ยนหลุดโลก
จากตำนานพวกเรารู้ว่าเซ็กซ์ยุคบรรพกาลเป็นยังไง แล้วเซ็กซ์ในยุคแห่งกุมภ์ล่ะ?

 
เราทดลองทุกอย่างกันไปหมดแล้ว ทุกท่า ทุกเพศ ทุกความหลากหลาย ความรู้ความเข้าใจในวิทยาการของเราก้าวหน้า
จนทุกตำนานหมดความขลัง เรื่องเพศที่แม้จะจำเป็นตามธรรมชาติ แต่มันก็กลายเป็นกิจวัตรธรรมดาๆ ที่ออกจะน่าเบื่อ
สำหรับหลายคน เด็กหนุ่มในโลกใหม่จำนวนมากไม่ปรารถนาคู่นอน เมื่อเกิดความต้องการเขาก็ช่วยตัวเองด้วยจินตนาการ
ด้วยหุ่นยนต์ ด้วยวัตถุทางเพศส่วนตัว เซ็กซ์กลายเป็นรสนิยมปัจเจก เหมือนอาหาร เหมือนรองเท้า เหมือนเสื้อผ้า....

ถ้าคุณจะมองข้ามช็อตไปถึงโลกยุคหน้า โปรดรู้ไว้ว่าราศีสุดท้ายในบรรดาจักรราศีนั้นมีสัญลักษณ์เป็นปลา สิ่งมีชีวิต
ที่ว่ายอยู่ในกระแสจิตลึกสุดหยั่งถึง เซ็กซ์ประสาปลาๆ นี่มันจะเป็นยังไงหนอ..? ลองจินตนาการพวกปลาจำนวนไม่น้อย
ที่มีอวัยวะทั้งสองเพศอยู่ในตัวเอง บ้างก็เปลี่ยนเพศไปมาได้ หรือมนุษย์ยุคสุดท้ายจะเป็นพวกไร้เพศ (Asexual Creatures)




อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันก็สามารถทำจำลองได้แล้ว...หรือแม้การยอมรับในเพศที่ 3 ก็เพิ่มขึ้นจากอดีต
แต่ยังไงก็แหล๋วแต่ ....พวกเราคงตายไปก่อนจะถึงยุคนั้นแล้วแน่นอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 เมษายน 2018, 14:40:49 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่