ผู้เขียน หัวข้อ: 9 คำสาปสุดประหลาดของโลกดนตรี  (อ่าน 421 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 17497
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
9 คำสาปสุดประหลาดของโลกดนตรี
« เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2018, 17:16:30 »

9 คำสาปสุดประหลาดของโลกดนตรี
cr. cammy@dek-d
 
9.The Curse of the Ninth



ในโลกดนตรีคลาสสิกได้มีอะไรบางอย่างที่น่ากลัว และเป็นที่รู้จักในชื่อ “คำสาปเก้า” กล่าวคือนักประพันธ์เพลงหลายคน
ที่ได้แต่งเขียนซิมโฟนีหมายเลขเก้า ล้วนเสียชีวิตหลังจากที่แต่งเพลงนั้นไม่นาน (หรือเสียชีวิตโดยที่ซิมโฟนีหมายเลขเก้า
ไม่สมบูรณ์) จนเปรียบว่าซิมโฟนีหมายเลขเก้า คือปลายทางสุดท้ายของนักประพันธ์เพลง


โดยเหยื่อที่มีชื่อเสียงคือ ลุควิจ ฟาน เบโธเฟน ( เบโธเฟนเขียนแต่งเสร็จแล้วแสดงครั้งแรกในปี 1824 และเขาเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 1827) ส่วนกรณีของกุสตาฟ มาฟ์เลอร์คิดว่าเขาสามารถรอดพ้นคำสาปนี้  หากแต่เขาก็มีตายก่อน
หลังจากเขียนซิมโฟนีหมายเลขสิบ ที่ยังไม่สมบูรณ์

สำหรับนักดนตรีคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำสาปซิมโฟนีหมายเลขเก้า ก็เช่น Kurt Atterberg , Elie Siegmeister ,
Alfred Schnittke , Roger Sessions , Egon Wellesz , Ralph Vaughan Williams , Peter Mennin
และ Malcolm Arnold

(ปล. ซิมโฟนีหมายถึงเพลงที่ใช้ในวงออเคสตรา ส่วนหมายเลขคือลำดับของซิมโฟนีบทนั้นๆ )
 

 
8.The “Spiderman Turn Off the Dark” Curse
 


สองผู้นำวงร็อกขั้นเทพ U2 อย่าง โบโน่ และ ดิ เอจได้ร่วมมือ ผู้กำกับฯ ดีกรีรางวัลโทนี่ อวอร์ดส์ จากละครเพลง ''The Lion King'' 
วางแผนจะมีโครงการละครเวทีฟอร์มอลังการ ''Spider-Man : Turn Off the Dark' การ์ตูนที่มีชื่อเสียงให้โลดแล่น
อยู่ในละครเวทีระดับบรอดเวย์ให้ได้ โดยงานที่ว่าใช้ ''งานดนตรีเกือบทุกอย่าง'' รวม 40 ชิ้น ซึ่งรวมถึงเพลง 18 เพลง
ฉากใหญ่โตมโหฬาร มีทีมนักแสดง และสตันต์ผาดโผน กว่า 41 คน




งานนี้เหมือนมันน่าจะราบรื่น หากแต่เหมือนมีคำสาปชั่วร้าย แม้งานจะเริ่มตั้งแต่ปี 2002 แต่กลับล่าช้ามาก ไม่ว่าจะเป็นการ
เสียชีวิตของโปรดิวเซอร์หลักกะทันหัน นักแสดงบาดเจ็บหลายคนระหว่างฝึกซ้อม ความผิดพลาดทางเทคนิค ผู้อำนวยการ
ถูกไล่ออกจากงาน การส่งผลให้การดำเนินการล่าช้าไปร่วม 2 ปี   กว่าที่งานจะจัดขึ้นก็ต้องรอจนถึงปี 2011 และใช้งบประมาณ
กว่า 65,000,000 กลายเป็นงานดนตรีบรอดเวย์ที่แพงที่สุดเท่าที่เคยจัดเลยทีเดียว


 
7.The “My Way” Karaoke Curse


 
ในช่วงศตวรรษที่ 20 มีคนจำนวนไม่น้อยกว่า 6 คนถูกฆ่าตายขณะที่ร้องเพลง มาย เวย์(My Way) ของแฟรงก์ ซินาตรา
ในคาราโอเกะบาร์ที่ฟิลิปปินส์ จนต้องมีการนำเพลงนี้ออกจากลิสต์เพลงในโปรแกรมคาราโอเกะ ทำให้กลายเป็นตำนานเมือง
ของฟิลิปปินส์ที่เชื่อว่าหากร้องคาราโอโกะเพลงนี้จะพบกับความตาย


ความจริงแล้วผับบาร์คาราโอเกะในฟิลิปปินส์มักจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นบ่อยครั้ง โดยมีสาเหตุเพียงเพราะใครซักคนร้องเพลง
ได้ย่ำแย่เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการขับร้อง บุช อัลบาร์ราซิน กล่าวถึงสาเหตุผ่านนิตยสารนิวยอร์คไทมส์เมื่อปี 2010 ไว้ว่า

" เพลงนี้ฟังดูทะนงตนมาก เนื้อเพลงจะไปปลุกความรู้สึกหยิ่งยะโสของตัวผู้ร้อง
ทำให้เหมือนเค้ารู้สึกว่าตัวเองเจ๋ง ทั้งๆที่จริงๆแล้วตัวเขาอาจจะไม่ได้มีอะไรเลย”

(คงคล้ายๆ กับเพลงบัวลอยที่คาราบาวร้องแล้ววัยรุ่นเกิดอารมณ์อยากมีเรื่องตีกันประมาณนั้น)
 


6.The “Robert Johnson” Curse



โรเบิร์ต จอห์นสัน (ค.ศ.1911 – 1938) เป็นนักดนตรีบลูส์ที่ยิ่งใหญ่ของอเมริกัน มีตำนานเล่าว่าเขาต้องการเป็นนักกีตาร์
ที่ยิ่งใหญ่และถูกแนะนำให้มุ่งหน้าไปที่สี่แยกที่อยู่ใกล้ด็อคเคอรี่ แพลนเทชัน เวลาเที่ยงคืน ที่นั่นเขาได้พบปีศาจที่แลกเปลี่ยน
ชีวิตของจอห์นสันเพื่อแลกกับกับการเป็นนักดนตรีเพลงบลูส์ที่ดีที่สุด และนั้นเองทำให้ชีวิตของโรเบิร์ตต้องคำสาปเรื่อยมา
เขาสร้างสรรค์ผลงานถึง 29 บทเพลงก่อนที่จะเสียชีวิตด้วยวัยเพียงแค่ 27 ปีด้วยอาการป่วยลึกลับ หลายคนเชื่อว่าปีศาจ
ได้เอาวิญญาณเขาไป



นอกจากนี้มีบางคนเชื่อว่าเพลงของโรเบิร์ต จอห์นสันนั้นมีคำสาปแช่งที่ศิลปินคนใดนำไปครอบครองล้วนพบโชคร้าย
เช่นเดียวกับลิเนิร์ด สกินเนิร์ดและพี่น้อง ออล์แมนที่เกิดโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นแก่พวกเขา นอกจากนี้เอริค แคลปตัน
(เจ้าของฉายา "Slowhand" เป็นมือกีตาร์ นักร้อง นักแต่งเพลง ชาวอังกฤษ) ที่บันทึกเสียงเพลงคู่กับครีมในอาชีพ
การทำงานเดี่ยวของเขา หากแต่สิ่งที่ตอบแทนคือเขาสูญเสียลูกชายของเขาตกลงจากหน้าต่าง

 



5.Jelly Roll Morton Cursed by Godmother



เจลลี่ โรล  มอร์ตัน (1890-1941) เป็นนักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียง แม้จะมีพรสวรรค์และความสามารถ แต่ก็มีความหย่อหยิ่งไม่แพ้กัน
พร้อมกับข่าวลือว่าเขาขายวิญญาณให้กับซาตาน เจลลี่เริ่มแสดงอาชีพครั้งแรกในปี 1920 และโดดดังเรื่อยมา มีอยู่ยุคหนึ่งรุ่งเรือง
สุดขีดจนเขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “บิดา” ของดนตรีแจ๊ค เขาร่ำรวยมากถึงขนาดฟันของเขาทำมาจากเพชรและใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย


จนกระทั่งในช่วงทศวรรษที่ 1930 เขาได้พบผงสีลึกลับหนึ่งที่โรยรอบประตูห้องทำงานที่สำนักงานของเขา หลังจากนั้นเป็นต้นมา
ชีวิตของเขาก็พบแต่ความโชคร้ายตลอด เช่น คะแนนความนิยมลดลง เพลงไม่ประสบความสำเร็จ เพชรของมีค่าขโมยไป เขาเชื่อว่า
มันเป็นคำสาปวูดูจากคนที่เกลียดชังเขา (บางคนเชื่อว่าเป็นคำสาปจากสวรรค์เพราะเจลลี่เป็นคนของซาตาน) จนกระทั่งเขาพบผู้หญิง
คนหนึ่งบอกให้เผาเสื้อผ้าทั้งหมดของเขา ซึ่งเขาทำตามและผลก็คือโชคและชื่อเสียงของเขาก็กลับมาหาเขาอีกครั้ง
 



4.The “27” Curse



27 คลับ เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคำสาปที่ศิลปินที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลของวงการแนวเพลงร๊อค (Rock) และบลูส์ (Blues)
ล้วนมีอันเป็นไปในขณะอายุ 27 ก่อนวัยอันควรจากเหกตุยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนกลายเป็นเหตุการณ์ลึกลับ
และการถกเถียงการในเกณฑ์การจัดกลุ่มที่เรียกว่า “Club 27” โดยบางคนที่ตายอายุ 27 ก็ไม่ถูกจัดในกลุ่มด้วยเพราะไม่มี
ชื่อเสียงและไม่ขึ้นอยู่จุดสุดยอด 


ที่มาของเรื่องเกิดจากการเชื่อมโยงการตายของไบรฮัน ส์ โจนส์ (เป็นมือกีต้าร์วงดนตรีThe Rolling Stones), อลัน วิลสัน
(นักร้องนักแต่งเพลง), จิมิ เฮนดริกซ์ (มือกีต้าร์ชาวอเมริกันและเป็นหนึ่งในมือกีต้าร์ร๊อคที่เยี่ยมที่สุด เท่าที่เคยมีมา),
เจนิส โจพริน (เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน)  และ จิม มอร์ริสัน (ขาเป็นนักร้องระดับตำนานและเป็นนักแต่งเพลง
ของวง The Doors) ที่เสียชีวิตระหว่าง 1969-1971 ตอนแรกยังไม่มีใครสังเกตสิ่งเชื่อมโยง



จนกระทั่งการตายของเคิร์ต โดนัลด์ โคเบน (นักร้องนำ นักกีตาร์และนักแต่งเพลงให้กับวงเนอร์วานา) ทำให้เกิดการเชื่อมโยง
27 คลับขึ้นมา นอกจากนี้บางที่ก็มีการรวมศิลปินคนอื่นๆ อีกทีตายในขณะอายุ 27 ปี แต่บางฝ่ายก็ไม่ยอมรับเพราะหลายคน
ที่ว่านั้นไม่มีชื่อเสียง




2.Gloomy Sunday



Gloomy Sunday หรือ เพลง "วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า" เป็นเพลงหนึ่งถูกเล่าขวัญอย่างมากในอินเตอร์เน็ต เพราะว่ามีเสียงร่ำลือ
ว่ากันว่ามันเป็นเพลงที่ทำให้คนอยากฆ่าตัวตาย


Gloomy Sunday เป็นเพลงทำนองสไตล์สแตนดาร์ดแจ๊ส ที่เศร้าๆ หดหู่ เนื้อหาเป็นการจากไปของคนรักและการฆ่าตัวตาย 
แต่งโดยนักเปียโนชาวฮังการี ชื่อ เรสโซ เซเรสส์  ในปี 1933 ซึ่งตอนแต่งนั้นเขาอยู่ในอารมณ์หดหู่เศร้าใจกับชีวิตอย่างหนัก
และเมื่อเพลงถูกเผยแพร่ก็เกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตายที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเพลงนี้หลายราย

โดยมีหลักฐานและเหตุเชื่อมโยง อย่างเช่น มีการฆ่าตัวตายภายหลังจากได้ฟังเพลงนี้จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงหรือได้รับฟัง
การแสดงดนตรีเพลงนี้ ไม่ว่าจะเป็นยิงตัวตาย, แขวนคอ, รมแก๊ส, กระโดดตึก, กินยาพิษ จากข่าวลือมีการฆ่าตัวตายที่มี
ส่วนเกี่ยวข้องกับเพลงนี้นั้นมีประมาณ 200 รายทั่วโลก และรายที่โด่งดังที่สุดก็คือตัวเรสโซ เซเรสส์ ที่เขาฆ่าตัวตายกระโดด
จากชั้นแปดของอาคารแห่งหนึ่งที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ในปี 1968
 


1.The “Buddy Holly” Curse



วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1959 เป็นวันเสียชีวิตของชาร์ลส ฮาร์ดิน ฮอลลีย์ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ บัดดี้ ฮอลลี  เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลง
ชาวอเมริกัน ผู้บุกเบิกเพลงร็อกแอนด์โรล จากอุบัติเหตุทางเครื่องบินในขณะเดินสายทัวร์พร้อมคณะ และนั้นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของ
คำสาป “บัดดี้ ฮอลลี” ที่นักดนตรีจำนวนมากและผู้เกี่ยวข้องกับฮอลลี่และเพลงของเขาต้องมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควร


ยกตัวอย่างเช่น รอนนี่ สมิธนักร้องรับจ้างที่มาแทนฮอลลี่ทัวร์มีอาการทางจิตและส่งเข้าโรงพยาบาลไม่กี่ปีหลังจากนั้นเขาก็ฆ่าตัวตาย
ด้วยการแขวนคอ ถัดมาเป็นเดวิด บ็อกสมาชิกคนหนึ่งในวงดนตรของฮอลลีเขาพยายามเป็นนักร้องเดี่ยว หากแต่เขาก็มาเสียชีวิตลง
ด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินเช่นเดียวกัน และวันที่เสียชีวิตเขาอายุ 22 ปี เท่ากับฮอลลี

รายต่อมาคือมาเรียภรรยาของเขาแท้งลูกคนเดียว จากนั้นคำสาปแช่งก็แพร่กระขายไปยังยีน วินเซนต์และเอ็ดดี้ คอเครน
หรือแม้แต่คีธ มูออกไปดูฮอลลีก่อนที่จะเสียชีวิตในที่ 7 กันยายน  และต่อมาเอสแกรี่ แพตเตอร์สันได้ค้นคว้าข้อมูลคำสาป
เหล่านี้เขียนลงในหนังสือ “Take a Walk on the Dark Side: Rock and Roll Myths, Legends and Curses”
และสารคดีด้านล่าง



อ้างอิง
http://www.oddee.com/item_98668.aspx
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กุมภาพันธ์ 2018, 11:14:47 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่