ผู้เขียน หัวข้อ: 4 ผู้นำที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการวาดลาย "ไพ่คิง" ทั้งสี่ในสำรับ  (อ่าน 562 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 17497
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

4 ผู้นำที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการวาดลาย "ไพ่คิง" ทั้งสี่ในสำรับ

น่าจะพอทราบกันอยู่แล้วว่าไพ่ที่เล่นกันนั้นมี 4 ดอก ได้แก่โพธิ์แดง โพธิ์ดำ ข้าวหลามตัด และดอกจิก
แต่ละดอกก็จะประกอบไปด้วยไพ่เลข 2-10 ไพ่ Ace และไพ่แจ็ค ควีน คิง บางการละเล่นก็จะใช้ไพ่โจ๊กเกอร์ด้วย
และวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับพระราชาที่เป็นตำนานจนได้เป็นต้นแบบให้กับไพ่คิง

อันที่จริงจะบอกว่าพระราชาทั้ง 4 พระองค์เป็นที่มาของไพ่คิงทั้ง 4 ดอกก็ไม่ถูกเสียทีเดียว
เพราะไพ่มีมานานมากจนไม่สามารถบอกได้ว่าใครคิดหรือเริ่มเล่นเป็นที่แรก แต่มันเริ่มกลายมา
เป็นไพ่ที่มีหน้าตาแบบที่เราคุ้นเคยในสมัยศตวรรษที่ 14  ศิลปินที่ทำไพ่แต่ละคนก็ออกแบบไพ่
ของตัวเองให้มีเอกลักษณ์เป็นที่จดจำ



จนเมื่อถึงศตวรรษที่ 15 ศิลปินที่สร้างไพ่ชาวฝรั่งเศสเริ่มใส่เนื้อเรื่องให้กับไพ่แต่ละใบ หลักๆ เลยคือไพ่คิง
ทั้ง 4 ดอก แต่ละใบมีชื่อเรียกตามพระมหากษัตริย์ชื่อดังในสมัยโบราณ ได้แก่ ดาวิด, ชาร์เลอมาญ,
จูเลียส ซีซาร์ และ อเล็กซานเดอร์มหาราช


ทว่าการโยงเรื่องราวของกษัตริย์ในอดีตเข้ากับไพ่นั้นมีแค่เฉพาะไพ่แพทเทิร์นแบบของปารีสเท่านั้น แล้วก็ฮิตกัน
จนถึงแค่ช่วงกลางศตวรรษที่ 18 เท่านั้น นอกจากนี้แล้วที่อื่นก็ไม่ได้โยงไพ่คิงเข้ากับกษัตริย์ในตำนานกัน
จะวาดเป็นรูปลักษณ์สมมติขึ้นมาเลยเสียมากกว่า แต่ก็มีบริษัทผลิตไพ่ในปัจจุบันของบางประเทศที่ออกแบบ
ไพ่คิงโดยอิงกับผู้นำประเทศในตำนานของชาติตัวเองอยู่เหมือนกัน





กษัตริย์ดาวิด: คิงโพธิ์ดำ



กษัตริย์ดาวิดเป็นกษัตริย์ในตำนานที่มีปรากฏทั้งในตำนานทางศาสนา และทั้งในประวัติศาสตร์จริง
กษัตริย์ดาวิดถูกพูดถึงทั้งในคติของศาสนายูดาห์ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ตามคัมภีร์ฮีบรู
ระบุว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 ของราชอาณาจักรยูดาห์และราชอาณาจักรอิสราเอล
และเป็นผู้ที่นำหีบแห่งพันธสัญญามาเก็บไว้ในเมือง

นอกจากนี้พระองค์ก็เป็นที่รู้จักในฐานะอดีตเด็กเลี้ยงแกะที่มีชื่อเสียงในฐานะนักดนตรีและ
เป็นผู้สังหารโกไลอัธด้วย




ตำนานของดาวิดและโกไลอัธเล่าว่าในช่วงของกษัตริย์ซาอูลผู้เป็นพระราชาองค์แรกของราชอาณาจักร
ดังกล่าวนั้น อิสราเอลมักถูกชาวฟิลลิสเตียรุกรานเป็นประจำ ครั้งหนึ่งดาวิดไปส่งเสบียงให้พี่ๆ ที่กองทัพ
ของซาอูลก็ได้ยินชื่อเสียงของนักรบร่างยักษ์ชาวฟิลลิสเตียที่ชื่อโกไลอัธ ฟิลลิสเตียก็ท้าอิสราเอลว่า
ให้ส่งคนมาเป็นตัวแทนสู้กับโกไลอัธจะได้รู้แพ้รู้ชนะกันไปเลย

ดาวิดเสนอตัวว่าตนสู้กับโกไลอัธได้แน่ และเขาก็ชนะได้โดยการขว้างหินเพียงครั้งเดียว หินนั่นเข้ากระแทก
โกไลอัธกลางหน้าผากจนล้มหน้าทิ่มกับพื้น และดาวิดก็ใช้จังหวะนั้นตัดหัวของโกไลอัธไปถวายซาอูล
ส่วนกองทัพฟิลลิสเตียก็รีบหนีไปในครั้งนั้น สำนวน David and Goliath จึงมีความหมายถึงสถานการณ์
หรือการแข่งขันที่ฝ่ายหนึ่งด้อยกว่า ตัวเล็กกว่า อ่อนแอกว่า กับอีกฝ่ายที่ตัวใหญ่กว่า แข็งแรงกว่า
มีกำลังมากกว่า

ส่วนในทางประวัติศาสตร์แล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่พระเจ้าดาวิดจะมีตัวตนจริงในอดีต เคยมีการขุดพบ
ศิลาจารึกสมัยศตวรรษที่ 9-8 ก่อนคริสตกาล ในเมืองโบราณทางตอนเหนือของอิสราเอล ในนั้นมีการ
กล่าวถึงราชวงศ์ดาวิด และเล่าถึงชัยชนะของกษัตริย์แห่งดามัสคัสเหนือกษัตริย์แห่งอิสราเอลและยูดาห์
ซึ่งมีกษัตริย์ดาวิดเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์

นอกจากนี้ก็มีการขุดพบบริเวณที่น่าจะเป็นอาณาจักรของดาวิดอีกหลายแห่งเมื่อดูตามตำนาน เมืองเหล่านี้
อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาลซึ่งตรงกับช่วงการครองราชย์ของดาวิดและโซโลมอน ลูกชายผู้
เป็นรัชกาลถัดมาพอดี มีการขุดพบป้อมปราการบริเวณที่ดาวิดล้มโกไลอัธได้ตามในตำนานจริงๆ และค้นพบ
สถานที่ที่น่าจะเป็นปราสาทของดาวิดในบริเวณเดียวกับที่ระบุตามตำนาน ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะช่วยสนับสนุน
ว่ากษัตริย์ดาวิดเคยมีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงๆ (ส่วนเรื่องราวตามตำนานจะจริงมั้ยนั้น เป็นอีกเรื่อง)





พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช: คิงดอกจิก



พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชหรือพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่สามแห่งมาเซโดเนีย ถือเป็นกษัตริย์กรีกที่มี
ชื่อเสียงมากที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์เลย พระองค์ประสูติเมื่อ 356 ปีก่อนคริสตกาล และได้รับ
การศึกษาจากอริสโตเติล ปราชญ์ชื่อดัง พระราชบิดาคือกษัตริย์ฟิลิปอสที่สองแห่งมาเซโดเนีย ในรัชสมัย
ของพระราชบิดาก็ทรงรวบรวมแคว้นต่างๆ ของกรีกให้มาอยู่ใต้การปกครองของมาเซโดเนียได้มากแล้ว
เมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ขึ้นครองราชย์ก็ทรงดำเนินรอยตามพระราชบิดา


พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มีชื่อเสียงมากในเรื่องการวางยุทธวิธีและการศึก พระองค์สามารถขยายอำนาจอาณาจักร
ได้มากขึ้นจากที่พระราชบิดาทรงริเริ่มไว้มาก แม้รัชสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์จะยาวนานเพียง 13 ปี
แต่ตอนนั้นอาณาจักรกรีกกินพื้นที่กว้างมาก พระองค์นำกองทัพไปพิชิตจักรวรรดิเปอร์เซียจนได้หลังรบกันมา
10 ปี ซึ่งการขยายอาณาเขตนี้ทำให้วัฒนธรรมของกรีกถูกเผยแพร่ไปยังดินแดนอื่นๆ ด้วย ศิลปะและวิทยาการต่างๆ
ของกรีกก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วเช่นกัน จนทำให้วัฒนธรรมกรีกมีอิทธิพลต่อหลายๆ อาณาจักรในเวลาต่อมา



ส่วนข้อมูลด้านตำนานปรัมปราของกรีกนั้น ว่ากันว่ากษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์อาร์กีดซึ่งเป็นราชวงศ์ของพระเจ้า
อเล็กซานเดอร์นั้นคือกษัตริย์คารานัส บุตรชายของเทเมนัสกษัตริย์แห่งอาร์กอสผู้เป็นลูกหลานของเฮราเคลส
(เฮอร์คิวลิส) วีรบุรุษคนดังในตำนานกรีก ในขณะที่พระราชมารดาของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์เป็นบุตรสาว
ของกษัตริย์แห่งเมืองเอพิรุส


ซึ่งเชื่อกันว่าราชวงศ์นี้สืบเชื้อสายมาจากนีโอพโตเลมัส ผู้เป็นบุตรชายของอะคิลีส วีรบุรุษชื่อดังอีกคนในตำนานกรีก
ฉะนั้นถ้ามองตามตำนานของราชวงศ์แล้วก็ถือว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์สืบเชื้อสายมาจากวีรบุรุษดังถึง 2 คน
นั่นคือเฮราเคลสและอะคิลีส ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่พระองค์มีทักษะในการศึกดีขนาดนี้

เรื่องลักษณะนิสัยของพระองค์ก็มาจากพระราชบิดา พระราชมารดา และอริสโตเติลผู้เป็นครูเป็นหลัก หลังเสด็จพ่อ
และเสด็จแม่ห่างเหินกันเพราะเสด็จพ่อแต่งงานใหม่ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ก็อยู่ฝั่งเสด็จแม่ ซึ่งพระราชมารดา
ของพระองค์มักพร่ำสอนว่าพระองค์เกิดมาเพื่อพิชิตอาณาจักรเปอร์เซียโดยเฉพาะ ในขณะที่การได้เห็นพระราชบิดา
ออกศึกและได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่เคยหยุดพักเลยซักครั้ง ก็เหมือนหล่อหลอมให้พระองค์มีนิสัยชอบการแข่งขัน
และอยากจะเอาชนะพระราชบิดาให้ได้

จนพระองค์กลายมาเป็นคนมุ่งมั่นกับการรบเอามากๆ ส่วนครูอย่างอริสโตเติลก็ทำให้พระองค์ชอบอ่านหนังสือ
ชอบปรัชญา และชอบแสวงหาความรู้อยู่เสมอ จนช่วยลดความเป็นคนใจร้อน มุทะลุ และหัวรั้นลงได้ เพราะ
พระองค์ชอบการถกเถียงโดยใช้เหตุผลมากกว่า ซึ่งนิสัยทั้งหมดเมื่อนำมารวมกันและคานกันเองก็ทำให้พระองค์
เป็นนักรบที่เก่งกาจ ฉลาด หัวไว และเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ





จูเลียส ซีซาร์: คิงข้าวหลามตัด



จูเลียส ซีซาร์ เป็นแม่ทัพและรัฐบุรุษคนสำคัญของชาวโรมัน เขาเกิดในครอบครัวขุนนางเก่าแก่ของโรมในปี 100
ก่อนคริสกาล ตอนนั้นสาธารณรัฐโรมันกำลังอยู่ในช่วงสงคราม ประเทศชาติขาดความเป็นปึกแผ่นเพราะชนชั้น
ปกครองก็เอาแต่แย่งอำนาจกันเอง ทั้งที่ข้าวยากหมากแพงประชาชนไม่มีจะกิน จนทำให้มีการก่อกบฏมากมาย
ในที่สุดซีซาร์ก็ร่วมมือกับครัสซัสและปอมปีย์ ตั้งตัวเป็นพันธมิตรทางการเมืองเพื่อจะต่อสู้กับชนชั้นปกครอง
หัวโบราณกลุ่มเดิมของโรมัน


นอกจากนี้ในเวลาเดียวกันนั้น ซีซาร์ก็เป็นแม่ทัพที่นำพาชัยชนะมาให้โรมันได้หลายต่อหลายครั้ง การนำทัพของเขา
ทำให้ได้เมืองใหญ่น้อยมากมายมาเป็นของโรมัน เขายังเป็นแม่ทัพโรมันคนแรกที่ข้ามแม่น้ำเข้าไปบุกบริเตน ทำให้
โรมันขยายดินแดนไปได้ถึงช่องแคบอังกฤษเลยทีเดียว แต่หลังครัสซัสเสียชีวิต ปอมปีย์ก็ไปเข้ากับฝั่งวุฒิสภาเดิม
ของโรมันซึ่งบังคับให้ซีซาร์ลงจากตำแหน่งแม่ทัพ ซีซาร์จึงบุกเข้าอิตาลีและทำให้เกิดสงครามกลางเมือง
ก่อนที่จะชนะได้ในที่สุด



จากนั้นซีซาร์ก็ปฏิรูปรัฐบาลและสังคมใหม่ เขาเป็นผู้ประดิษฐ์ปฏิทินจูเลียน ซึ่งกลายมาเป็นปฏิทินที่ใช้กันทั่วยุโรป
ก่อนจะได้รับการปรับปรุงใหม่เป็นปฏิทินเกรกอเรียนที่เราใช้กันในปัจจุบัน หลังจากนั้นซีซาร์ก็ตั้งตนเป็นผู้เผด็จการ
ตลอดชีพ ทำให้เขามีอำนาจมาขึ้นไปอีก จนกลุ่มนักการเมืองที่ไม่พอใจจึงก่อกบฏลอบสังหารซีซาร์ในที่สุด


แม้ซีซาร์จะไม่ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์หรือจักรพรรดิจริงๆ แต่เขาก็เป็นบุคคลสำคัญที่พาโรมันไปสู่ความเปลี่ยนแปลง
และกรุยทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองของจักรวรรดิโรมัน เมื่อในที่สุดบุตรบุญธรรมของเขาก็กลับมาสานต่อความต้องการ
ของเขา สร้างจักรวรรดิโรมัน และกลายเป็นจักรพรรดิออกัสตัส




ชาร์เลอมาญ: คิงโพธิ์แดง



พระเจ้าชาร์เลอมาญเป็นกษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ ผู้ได้รับการขนานนามว่าพระบิดาแห่งยุโรป เพราะพระองค์
เป็นผู้รวบรวมดินแดนส่วนใหญ่ในยุโรปตะวันตกเข้าด้วยกันจนสำเร็จ เป็นจักรพรรดิองค์แรกของยุโรปตะวันตก
หลักจักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายไปเมื่อสามศตวรรษก่อนหน้า อาณาจักรของพระองค์ในยุโรปตอนนั้น
ถูกเรียกว่าจักรวรรดิคารอแล็งเฌียง ตามชื่อราชวงศ์คารอแล็งเฌียงของพระองค์


พระเจ้าชาร์เลอมาญเป็นพระโอรสของพระเจ้าเปแป็ง จริงๆ ในสมัยของพระเจ้าเปแป็งก็ทรงริเริ่มการขยาย
อาณาจักรของชาวแฟรงก์อยู่แล้ว โดยพระองค์เน้นนำทัพไปรบกับเมืองที่ยึดที่ดินของโบสถ์ไปเป็นหลัก
เพราะมีนโยบายที่จะปกป้องศาสนจักรให้ดีที่สุด พระเจ้าชาร์เลอมาญเองก็ตามเสด็จไปสู้รบด้วยอยู่เสมอ
และหลังจากพระราชบิดาสวรรคต พระเจ้าชาร์เลอมาญก็ขึ้นครองราชย์โดยยึดแนวทางเดิมของพระราช

บิดา

หลังพระราชบิดาสวรรคตในปีคริสต์ศักราช 768 ตามกฎหมายแซลิกโบราณของชาวแฟรงก์ซึ่งเป็นกฎหมาย
มรดกที่ชาวแฟรงก์ยึดถือมาตลอดระบุให้ต้องแบ่งดินแดนเพื่อให้บุตรชายตามกฎหมายที่มีสิทธิขึ้นครองราชย์
ดูแลคนละส่วน พระเจ้าชาร์เลอมาญและพระเจ้าคาร์โลมานที่ 1 ผู้เป็นน้องชายก็แบ่งกันปกครองในฐานะ
ผู้ปกครองร่วมของอาณาจักร แต่ก็มีเรื่องไม่ลงรอยกันอยู่ตลอด เมื่อพระเจ้าคาร์โลมานที่ 1 สวรรคต
พระเจ้าชาร์เลอมาญจึงกลายเป็นผู้ปกครองคนเดียวของอาณาจักรทั้งหมดในปีคริสต์ศักราช 771

จากนั้นพระองค์ก็นำทัพจนแผ่ขยายอาณาจักรไปทั่วยุโรปจนได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งโรมันในปี
คริสต์ศักราช 800 นอกจากชื่อเสียงด้านการนำทัพ การปกครอง และการสนับสนุนศาสนจักรแล้ว
พระองค์ยังเป็นผู้สนับสนุนความรู้ศิลปวิทยาการต่างๆ ให้กับยุโรปในช่วงนั้นด้วย

จนเกิดยุคเรอเนซองส์สั้นๆ ในรัชสมัยของพระองค์และรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 1 ผู้เป็นพระโอรส
ของพระองค์ ถือเป็นเรอเนซองส์ครั้งแรกในยุคกลาง เรียกว่ายุคคารอแล็งเฌียงเรอเนซองส์ จักรพรรดิ
องค์ต่อๆ มาของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ราชวงศ์ฝรั่งเศส และราชวงศ์เยอรมันในยุคต่อๆมาก็ถือว่า
ตนสืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าชาร์เลอมาญ


แม้พระมหากษัตริย์ทั้ง 4 พระองค์จะไม่ได้เป็นที่มาของไพ่คิงแต่ละดอกจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า
ทั้ง 4 พระองค์ล้วนเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ และมีเรื่องราวที่เป็นตำนานมากจนกลายมาเป็น
แรงบันดาลใจให้ศิลปินในเวลาต่อมา


อ้างอิง
www.charlemagneseurope.ac.uk/
www.britannica.com, www.livius.org
dmoztools.net, penelope.uchicago.edu
www.perseus.tufts.edu, biblestudyforcatholics.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 พฤศจิกายน 2017, 14:54:17 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่