ผู้เขียน หัวข้อ: สถาบันกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาสนับสนุนการใช้ถุงยางอนามัยของวัยรุ่น  (อ่าน 528 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

แบดบอย

  • เด็กทะลึ่ง
  • ****
  • กระทู้: 72
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด

ถึงแม้ตัวเลข แม่วัยรุ่นสหรัฐฯ จะลดลงเรื่อยๆ จนต่ำสุดในปี 2012 แต่สถาบันกุมารแพทย์ก็ออกแถลงการณ์ระบุแนวทางในการให้บริการถุงยางอนามัยแก่เยาวชน ในปี 2013 โดยอ้างอิงตัวเลขสถานการณ์ของการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของเยาวชนและการติดเชื้อเอชไอวี ไว้ เพื่อประกอบเหตุผล ดังนี้
•   เกือบครึ่งหนึ่งของวัยรุ่นอายุ 15 – 24 ปี ที่ป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นรายใหม่
•   ร้อยละ 20 ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในสหรัฐฯ ปี 2011 เป็นเยาวชนอายุระหว่าง 13- 24 ปี
•   ในรอบสิบปีที่ผ่านมา อัตราการติดเชื้อซิฟิลิส หนองในแท้ และหนองในเทียมในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงสาว พบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อหนองในแท้และหนองในเทียมสูงขึ้นมาก
•   แม้อัตราการคลอดลูกในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปีของสหรัฐจะลดต่ำสุดในรอบ 70 ปี แต่ก็ยังมีอัตราสูงกว่าประเทศอื่นในกลุ่มประเทศที่ร่ำรวย
คณะกรรมการสถาบันฯ ยังระบุอีกว่า ครึ่งหนึ่งของเยาวชนที่ไม่ได้รับความรู้ในเรื่องเพศศึกษาตามหลักสูตร มีแนวโน้มจะไม่ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เมื่อเทียบกับเยาวชนที่เรียนเรื่องเพศศึกษาตามหลักสูตร
ดังนั้น คณะกรรมการฯ จึงได้ทำการศึกษาโดยมุ่งเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น รวมทั้งผลที่ได้จากโครงการต่างๆ ที่ออกแบบหลักสูตรเพศศึกษาและการป้องกันเอชไอวีในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 25 ปีจากทั่วประเทศ เนื่องจากแนวทางและความเห็นต่อเรื่องนี้ของสถาบันฯ ที่ออกมาปีล่าสุด คือ 2001 ได้สนับสนุนให้สอนเยาวชนให้ชะลอการมีเพศสัมพันธ์ออกไป รวมทั้งให้ รักนวลสงวนตัว หรือห้ามใจไม่ให้มีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะแต่งงาน
ดังนั้น สถาบันฯ จึงได้ปรับปรุงแนวทางการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่เพิ่มเติม โดยระบุว่ากุมารแพทย์ต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงมีความเข้าใจและรับผิดชอบต่อการมีเพศสัมพันธ์ รวมทั้งต้องส่งเสริมให้มีการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีในกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ด้วย
สรุปประเด็นสำคัญของแนวทางการทำงานสำหรับกุมารแพทย์
•   กุมารแพทย์และแพทย์ประจำคลินิกด้านอื่นๆ สนับสนุนพ่อแม่ให้สื่อสารเรื่องเพศกับลูกๆ โดยรวมเข้าไว้ในเรื่องการดูแลสุขภาพ
•   กุมารแพทย์และแพทย์ประจำคลินิกอื่นๆ ต้องจัดให้มีโครงการอบรมให้พ่อแม่มีทักษะที่สามารถคุยกับลูกถึงเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีและใช้อย่างต่อเนื่อง
•   กุมารแพทย์และแพทย์คลินิกด้านอื่นๆ ต้องจัดหาถุงยางอนามัยไว้ในคลินิกของตน รวมทั้งสนับสนุนถุงยางอนามัยให้แก่ชุมชนไว้บริการเยาวชน
•   กุมารแพทย์สนับสนุนให้มีการบริการถุงยางอนามัยไว้ในโรงเรียน โดยระบุว่าโรงเรียนคือสถานที่ที่เหมาะสมเนื่องจากเป็นที่รวมของเยาวชนวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น การสอนให้มีทักษะเรื่องถุงยางอนามัยในโรงเรียนจึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเด็กในวัยนี้
•   กุมารแพทย์สนับสนุนให้การเรียนในชั้นมัธยมปลาย รวมเรื่องการให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำถึงผลที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ และควรให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ ที่มีถุงยางอนามัยเข้ามาเกี่ยวข้อง
•   กุมารแพทย์ยืนยันว่า ผลจากการศึกษา ถุงยางอนามัยไม่ได้กระตุ้นให้เด็กมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น แต่พบว่า 42% มีการชะลอเพศสัมพันธ์ออกไปอย่างน้อย 6 เดือน และ 55% ของผลการศึกษา พบว่าถุงยางอนามัยไม่มีผลอะไรเลยกับระยะเวลาในการกระตุ้นให้มีเพศสัมพันธ์
•   สถาบันฯ สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยด้านยุทธศาสตร์การทำงานเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์และการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัยให้มากขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 3c4teen.org

Report by www.livcapsule.com